Words: NITID S.
เดือนเมษายนที่มาพร้อมอากาศร้อนอบอ้าวไม่เพียงแต่จะช่วยย้ำเตือนเราถึงการเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว หากแต่ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง เมื่อพระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษตามคติสุริยคติของอินเดียโบราณ ผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างก้าวเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่เรียกว่า ‘สงกรานต์’ ซึ่งถือเป็นเทศกาลปีใหม่ตามจารีตดั้งเดิมที่ผสานทั้งความเชื่อทางศาสนา จังหวะของฤดูกาล และสายสัมพันธ์ของชุมชนเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น คำว่า “สงกรานต์” เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจาก ภาษาสันสกฤต (สังกรานติ) หมายถึง การเคลื่อนที่ เคลื่อนย้าย หรือการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งสะท้อนถึงการเคลื่อนของดวงอาทิตย์ ขณะที่ในเชิงสัญลักษณ์ สงกรานต์คือการเคลื่อนผ่านจากปีเก่าสู่ปีใหม่ จากความหม่นมัวสู่ความสดใส และจากความแห้งแล้งสู่ความชุ่มฉ่ำของฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านั่นเอง

จากการสืบค้นข้อมูลของนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีทำให้เราทราบว่า เทศกาลสงกรานต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีรากฐานมาจาก วัฒนธรรมพราหมณ์-ฮินดู และพุทธในอินเดียโบราณ เมื่อประมาณ 1,500 ปีก่อน นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดียังสันนิษฐานว่า ประเพณีสงกรานต์ได้รับวัฒนธรรมมาจากเทศกาลโฮลีในอินเดีย ซึ่งเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการสิ้นสุดฤดูหนาวและเริ่มต้นฤดูใหม่ แต่เทศกาลโฮลีจะใช้การสาดผงสีแทนการสาดน้ำ ‘สงกรานต์’ จึงถือเป็นวัฒนธรรมร่วมที่สำคัญวัฒนธรรมหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พบได้ในประเทศไทย ลาว กัมพูชา เมียนมา รวมถึง ชาวไต (ไทลื้อ) ในเขตการปกครองตนเองสิบสองปันนา และเขตปกครองตนเองชนชาติไทและจิ่งพัว เต๋อหง ในมณฑลยูนนานของจีน
ในอดีตสงกรานต์มิใช่เพียงแค่เทศกาลแห่งการสาดน้ำอย่างสนุกสนานเท่านั้น หากแต่ยังเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยนัยยะทางจิตวิญญาณ เห็นได้จากการที่ผู้คนจะพร้อมใจกันออกมาทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระพุทธรูป รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนบ้านเรือนก็จะถูกทำความสะอาดอย่างหมดจด ซึ่งเปรียบเสมือนการชำระล้างเคราะห์ร้ายและสิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ในประเทศลาว เทศกาลสงกรานต์หรือ ‘ปีใหม่ลาว’ จะมีการจัดขบวนแห่ ‘พระบาง’ หนึ่งในพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์และได้รับการเฉลิมฉลองมากที่สุดของประเทศลาว โดยจะมีการจัดพิธีสรงน้ำพระอย่างงดงาม ขณะที่ประเทศกัมพูชาจะเรียกเทศกาลสงกรานต์ว่า ‘โจลชนัมทเมย’ ซึ่งจะมีการผสมผสานพิธีกรรมทางศาสนาเข้ากับการละเล่นพื้นเมือง ส่วนในประเทศเมียนมา ชื่อเรียกของเทศกาลสงกรานต์คือ ‘ตะจาน’ ที่เริ่มต้นมาจากพิธีรดน้ำตามคติพุทธ ก่อนจะวิวัฒนาการเป็นเทศกาลสาดน้ำขนาดใหญ่ดังเช่นทุกวันนี้

เมื่อกาลเวลาเคลื่อนผ่านยุคสมัยภายใต้บริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลง สงกรานต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ค่อยๆ ขยายขอบเขตจากพิธีกรรมในวัดวาอารามสู่พื้นที่สาธารณะใจกลางเมือง จนในที่สุด เทศกาลสงกรานต์ที่เคยเป็นประเพณีของครอบครัวและชุมชน ก็กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกให้มาสัมผัสด้วยตัวเอง เมืองใหญ่ในลาวและกัมพูชาต่างพร้อมใจกันปรับภูมิทัศน์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ในขณะที่เมียนมาจัดเวทีคอนเสิร์ตและโครงสร้างฉีดน้ำขนาดมหึมา เทศกาลสงกรานต์ในวันนี้จึงกลายเป็นพื้นที่แห่งการเฉลิมฉลองร่วมสมัยที่ความดั้งเดิมและความทันสมัยเดินเคียงคู่กันไปอย่างลงตัว
แน่นอนว่าหากจะกล่าวถึงการเปลี่ยนผ่านของเทศกาลสงกรานต์ที่มีความโดดเด่นและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกก็คงหนีไม่พ้นเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทย ดังประจักษ์พยานที่นานาชาติต่างรับรู้ร่วมกันในเดือนธันวาคม ปี 2023 เมื่อยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนและประกาศรับรองอย่างเป็นทางการให้กับ ‘สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival)’ ในฐานะรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งมวลมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นประเพณีที่สะท้อนถึงความกตัญญู ความเอื้ออาทร ความสามัคคี และความสนุกสนานรื่นเริง สอดคล้องกับภาพบรรยากาศความคึกคักที่เกิดขึ้นบนถนนข้าวสารและถนนสีลมในกรุงเทพฯ รวมถึงเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ของไทยอย่างเชียงใหม่ ภูเก็ต หรือพัทยา ที่ต่างก็เต็มไปด้วยผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติที่มารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลสงกรานต์

จนกลายเป็นอีเวนต์ไอคอนของซัมเมอร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา สงกรานต์ในประเทศไทยยังได้รับการต่อยอดและยกระดับไปอีกขั้นด้วยไอเดียในการผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ (EDM) และเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติอย่าง S2O Songkran Music Festival ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2015 จนเกิดเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ส่งออก ‘สงกรานต์ไทย’ สู่สายตาชาวโลก ด้วยการสร้าง Unique Experience ประสบการณ์แห่งความสุขสุดขีดและความมันสุดขั้วที่หาไม่ได้จากเทศกาลดนตรีอื่นๆ โดยมีไฮไลต์คือเหล่าดีเจและศิลปินชื่อดังจากทั่วโลกที่ทางผู้จัดงานได้เชิญมาร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับเทศกาลแห่งสายน้ำ พร้อมโปรดักชั่นสุดยิ่งใหญ่ของเวทีขนาดยักษ์ตระการตา แสงเลเซอร์สุดล้ำแบบจัดเต็ม และบีทดนตรีที่หนักแน่นในทุกจังหวะ ทั้งหมดนี้กลายเป็นองค์ประกอบร่วมสมัยที่ตีความ ‘การชำระล้าง’ ในแบบคนรุ่นใหม่ เพื่อปลดปล่อยตัวตนให้เป็นอิสระ ทิ้งความเหนื่อยล้าของปีเก่า และก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยพลังที่สดใสยิ่งกว่าเดิม

การผสมผสานที่เกิดขึ้นระหว่างรากเหง้าทางจารีตกับวัฒนธรรมป๊อปยุคใหม่ ทำให้สงกรานต์ในประเทศไทยมีมิติที่น่าสนใจในเชิงสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ต่างจากแฟชั่นเสื้อผ้าที่เหล่าดีไซเนอร์นำแรงบันดาลใจจากอดีตมาตีความใหม่บนรันเวย์ระดับโลก ใครจะคิดว่าชุดลายดอกสีสดที่เคยเป็นสัญลักษณ์พื้นบ้านแบบไทยๆ จะถูกยกระดับให้กลายเป็นไอเท็มยอดฮิตประจำซัมเมอร์ในสายตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ น้ำที่เคยไหลรินอย่างนอบน้อมจากขันเงินใบน้อย กลับพุ่งทะยานไม่ขาดสายผ่านปืนฉีดน้ำสีสันฉูดฉาดดีไซน์ล้ำสมัย หากแต่แก่นแท้ของเทศกาลสงกรานต์ก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงนั่นคือ ความเย็นฉ่ำชื่นใจของสายน้ำที่เป็นดั่งคำอวยพรและความสุขใจที่มอบให้แก่กัน การเริ่มต้นใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง และการเชื่อมโยงทุกความแตกต่างของผู้คนอันหลากหลายให้กลายเป็นหนึ่งเดียวด้วยไมตรีจิตอันงดงาม
ในวันนี้ ภาพจำของเทศกาล ‘สงกรานต์’ ของผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงมิได้เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่ยังคงถูกสานต่อจากรุ่นสู่รุ่น หากแต่คือบทสนทนาระหว่างอดีตและปัจจุบัน ระหว่างความศักดิ์สิทธิ์และความสนุกสนาน ระหว่างความเป็นท้องถิ่นและความเป็นสากล และท่ามกลางสายน้ำที่สาดกระเซ็นนั้น เราอาจมองเห็นภาพสะท้อนของ ‘เอเชียอาคเนย์’ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในฐานะภูมิภาคที่รู้จักรักษารากเหง้าของตนเองให้คงอยู่อย่างสง่างาม พร้อมเปิดรับจังหวะใหม่ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมั่นใจและมีสไตล์ในแบบของตัวเอง


