Harry Styles เผยความเปราะบาง ความฝัน ครอบครัว และเส้นทางใหม่ของชีวิต

ดีเจและนักสัมภาษณ์ดนตรีชื่อดัง Zane Lowe บินลัดฟ้าสู่กรุงปารีส เพื่อพบกับ Harry Styles ในคาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่งของเมือง ทั้งสองนั่งลงสนทนากันอย่างเป็นกันเอง พูดคุยถึงชีวิตในช่วงเวลาที่ผ่านมา และแรงบันดาลใจเบื้องหลังอัลบั้มสตูดิโอชุดที่สี่ที่กำลังจะมาถึง

ในการสนทนาอย่างใกล้ชิดครั้งนี้ Harry Styles นักร้องและนักแต่งเพลงชาวอังกฤษเปิดใจถึงความสูญเสียจากการจากไปของ Liam Payne อดีตเพื่อนร่วมวง เล่าถึงค่ำคืนในเบอร์ลินที่เปลี่ยนมุมมองต่อชีวิต พูดอย่างตรงไปตรงมาถึงความปรารถนาที่อยากมีครอบครัวในอนาคต และเผยให้เห็นว่าการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ตั้งแต่การออกไปใช้ชีวิตในเมืองแปลกหน้า ไปจนถึงคอนเสิร์ตของ Radiohead ที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ ได้หล่อหลอมทิศทางของอัลบั้มล่าสุดของเขาอย่างไร

ช่วยพูดถึงช่วงเวลาที่พักจาก ‘ดนตรี’ หลังจากปล่อยอัลบั้มและจบทัวร์ครั้งใหญ่ในปี2023

Harry Styles:
ผมดีใจมากที่ได้มานั่งพูดคุยในวันนี้นะครับ สำหรับผม การจบทัวร์ครั้งล่าสุดมันเหมือนการปิดฉากบทหนึ่งของชีวิต เป็นช่วงเวลาที่ผมได้กลับมาทบทวนทุกอย่างที่ผ่านมาจริงๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมทัวร์แบบเต็มที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันเป็นวิธีเดียวที่ผมรู้จักมาตลอด และผมก็เคยคิดว่ามันคงจะเป็นแบบนั้นต่อไปเรื่อยๆ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป ผมกำลังจะอายุครบ 30 ปีแล้ว และผมรู้สึกว่าอยากหยุดพักสักหน่อย เพื่อมองย้อนกลับไปและประเมินตัวเอง ผมไม่อยากรีบกระโดดเข้าสู่กระบวนการสร้างงานใหม่ทันที ผมอยากซื่อสัตย์กับตัวเองก่อน ว่าผมยังรักสิ่งนี้อยู่ไหม ในหลายๆ แง่มุม สิ่งที่ตลกคือ ผมรู้สึกโชคดีมากที่มีโอกาสหยุดพักและทำแบบนั้นได้ แต่การหยุดจากสิ่งที่เราทำมาตลอด แล้วถามตัวเองว่า ‘ฉันทำสิ่งนี้เพราะมันคือสิ่งที่ฉันทำมาตลอด หรือเพราะฉันยังรักมันจริงๆ’ มันเป็นคำถามที่สำคัญนะครับ ผมไม่ได้มองว่านั่นคือการไม่รู้จักบุญคุณเลย เพราะทั้งหมดนี้มันเป็นสิ่งที่วิเศษมากอยู่แล้วจริงๆ

Zane Lowe:
จริงๆ แล้วมันตรงกันข้ามเลยนะ

Harry Styles:
ใช่ครับ ผมรู้ดีว่ามันพิเศษแค่ไหน และผมก็สัญญากับตัวเองมาตลอดว่า ถ้าวันหนึ่งผมรู้สึกว่าไม่รักมันแล้ว หรือมันไม่สนุกอีกต่อไป ผมจะไม่ทำมันต่อ เพราะมันคงไม่ยุติธรรม ทั้งกับตัวผมเองและกับแฟนๆ ถ้าผมยังทำมันต่อไปเพียงเพราะนี่คือสิ่งที่ผมทำมาตลอด ทั้งที่ผมไม่ได้อยู่ตรงนั้นอย่างแท้จริง แต่ในช่วงที่ผมเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทบทวนเรื่องนี้ ผมก็ยังมีเสียงหนึ่งในหัวที่บอกว่า ‘คุณนี่ช่างไม่รู้จักบุญคุณเลยนะ จะคิดเลิกทำได้ยังไง’ อะไรทำนองนั้นครับ

ความหมายและการสร้างสรรค์เพลงเปิดอัลบั้ม ‘Aperture’

HS:
ผมอายุแค่ 16 ตอนเริ่มต้นทำงานดนตรี ซึ่งตอนนี้มันรู้สึกเหมือนผ่านมานานมากแล้ว และการที่ผมเริ่มยอมรับความผิดพลาดของตัวเองในบางเรื่อง มันปลดปล่อยการเขียนเพลงของผมอย่างมหาศาล เพราะมันเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผมได้สำรวจบทสนทนาในใจตัวเอง เวลาผมย้อนกลับไปฟังอัลบั้มเก่าๆ ผมมักคิดว่า ‘โอ้ ประโยคนี้มันเปราะบางมากเลยนะ’ แต่ตอนนี้ผมกลับตั้งคำถามกับมันว่า ‘จริงเหรอ’ สำหรับผม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ Aperture รู้สึกเหมือนการเปิดอัลบั้มที่สมบูรณ์แบบ เพราะเพลงนี้พูดถึงช่วงเวลาที่ผมยอมรับกับตัวเองว่า ‘ไม่สิ เรื่องนี้ฉันผิดเอง’ คุณจะก้าวต่อไปได้ก็ต่อเมื่อยอมรับในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ และเปิดพื้นที่ให้แสงสว่างส่องเข้ามา นั่นคือสิ่งที่เพลงนี้พยายามจะสื่อ

ZL:
คุณออกไปเที่ยวคืนก่อนจะทำเพลงนี้ใช่ไหม แล้วได้นอนบ้างหรือเปล่า

HS:
พวกเราแทบไม่ได้นอนกันเลยครับ ตอนนั้นอยู่ที่เบอร์ลิน ช่วงท้ายๆ ของกระบวนการทำอัลบั้ม Tom เป็นคนทำบีตขึ้นมา และมันมีพลังแบบนั้นอยู่ในเพลง เพราะคืนก่อนหน้าผมเพิ่งออกไปเที่ยวมา แล้วผมก็นั่งอยู่อีกห้องหนึ่ง เขียนเพลงเศร้าๆ อยู่ในอารมณ์ค่อนข้างหม่น แล้วเขาก็บอกว่า “เราต้องเพิ่มพลังงานหน่อยไม่งั้นมันจะแย่แน่ ผมเลยกลับเข้าไปในห้องที่เขากำลังเล่นซินธ์โมดูลาร์อยู่ พวกเราใช้เวลานั่งเล่นดนตรีด้วยกันพักใหญ่ๆ จนสุดท้ายมันก็ออกมาจากความรู้สึกง่ายๆ ว่า ‘โอเคตอนนี้ผมเหนื่อยเกินกว่าจะเสแสร้งแล้วผมไม่อยากแต่งเรื่องหรือพยายามเขียนอะไรที่ไม่ใช่ความจริง’ ผมแค่เขียนจากสิ่งที่ตัวเองกำลังรู้สึกในตอนนั้น และผมคิดว่ามันกลายเป็นเพลงที่อิสระที่สุดในอัลบั้ม เพลงมันยาว ขี้เล่น และเปิดกว้างมาก พอเราได้เพลงนี้ ผมรู้สึกเหมือนมันคือสิ่งสุดท้ายที่ผมยังไม่ได้พูดออกมา ดังนั้นเมื่อเพลงนี้เสร็จ มันก็เหมือนกับว่า ‘โอเคอัลบั้มนี้ใกล้สมบูรณ์แล้ว

การรับมือกับการสูญเสียLiam Payne อดีตเพื่อนร่วมวง

HS:
สำหรับผม ช่วงเวลาที่ผมชอบที่สุดของศิลปินที่รัก คือช่วงที่ได้ยินพวกเขากำลังค้นพบตัวเองจริงๆ ความเปราะบางแบบนั้นสำคัญมาก เพราะการเป็นศิลปินสำหรับผมไม่ใช่การสร้างภาพลึกลับ แต่คือการยอมให้ผู้คนเห็นว่าเราก็เป็นคนธรรมดาเหมือนกัน

ZL:
ผมนึกถึง Liam ตอนที่คุณพูดแบบนั้น คนจำนวนมากต้องดิ้นรนกับการใช้ชีวิตในสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดา

HS:
ใช่ครับ และพูดตรงๆ แค่คิดจะพูดถึงเรื่องนี้ก็ยังยากสำหรับผมอยู่ ผมต้องทำใจกับความรู้สึกแปลกๆ ที่เมื่อคุณสูญเสียใครสักคน ความเศร้านั้นเหมือนจะกลายเป็นสิ่งที่คนอื่นอยากให้คุณอธิบายหรือแบ่งปันออกมา แต่สุดท้ายแล้ว มันก็ยากมากที่จะเสียเพื่อน โดยเฉพาะเพื่อนที่มีอะไรคล้ายกับคุณหลายอย่าง เขาเป็นคนจิตใจดีจริงๆ และการจากไปของเขาทำให้ผมต้องหยุดทบทวนชีวิตตัวเอง ว่าผมอยากใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร สำหรับผม วิธีที่ดีที่สุดในการให้เกียรติเพื่อนที่จากไป ก็คือการใช้ชีวิตให้เต็มที่ที่สุด เขาเป็นคนพิเศษจริงๆ และมันก็ยังน่าเศร้ามาก

ช่วงเวลาที่เขารู้ว่าพร้อมจะกลับขึ้นเวทีอีกครั้ง

HS:
ผมคิดว่ามันเกิดขึ้นตอนที่ผมไปดู Radiohead ที่เบอร์ลิน ตอนนั้นผมยืนเต้นอยู่ท่ามกลางผู้คน และรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของผู้ชมจริงๆ แล้วก็มีช่วงหนึ่งที่ผมคิดขึ้นมาอย่างชัดเจนว่า ‘นี่แหละคือเหตุผลที่ผมขึ้นเวที’ ผมกำลังมองดูผู้คนรอบตัว คนแปลกหน้าที่หยิบน้ำให้กัน นวดไหล่กันเวลามีใครรู้สึกอ่อนไหว หรือสบตากันแล้วร้องท่อนฮุกพร้อมกัน มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมตระหนักว่า สิ่งที่ผมทำคือการสร้างเพลงประกอบให้กับช่วงเวลาแบบนั้น

การที่การเดินทางช่วยให้เขาช้าลงและมองเห็นคุณค่าของโลกรอบตัว

ZL:
ตอนที่คุณไปอิตาลี ผมไม่แปลกใจเลย เพราะตอนที่เราคุยกันที่ปาล์มสปริงส์ ดวงตาคุณเป็นประกายมาก ผมเลยสงสัยว่า โรมมีอะไรพิเศษถึงดึงดูดคุณกลับไปที่นั่น

HS:
มันเป็นที่แรกที่ทำให้ผมรู้จักการช้าลงจริงๆ ไม่ใช่แค่การนั่งดื่มกาแฟ แต่เป็นวิธีใช้ชีวิตของผู้คนที่นั่น พวกเขาให้ความสำคัญกับอาหาร ความสัมพันธ์ และเวลาที่ใช้ร่วมกันมาก สุดท้ายมันทำให้ผมกลับมาซาบซึ้งกับสิ่งง่ายๆ รอบตัว ผมรู้ว่าถ้าผมยังเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ทำอัลบั้มแล้วก็ทัวร์ต่อ ผมอาจใช้ชีวิตแบบนั้นไปตลอดโดยไม่เคยหยุดถามตัวเองเลยว่า ‘ฉันตระหนักไหมว่าสิ่งนี้มันพิเศษแค่ไหน บางครั้งคุณต้องเว้นระยะห่างจากสิ่งที่ทำอยู่ เพื่อให้มันกลับมารู้สึกพิเศษอีกครั้ง

การทำเพลงเพื่อตัวเองในอัลบั้มนี้

HS:
สำหรับผม อัลบั้มนี้คือการพยายามสนุกกับมันให้มากที่สุด ผมถามตัวเองตลอดว่า ‘ผมต้องทำเพลงแบบไหน ถึงจะขึ้นเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางฟลอร์เต้นรำ ผมไม่อยากทำเพลงในฐานะคนที่ยืนอยู่นอกช่วงเวลานั้นแล้วคอยเล่าเรื่องมันทีหลัง ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของมันจริงๆ ผมอยากรักเพลงนี้ และอยากเต้นไปกับมันด้วย นั่นแหละคือความแตกต่างสำหรับผม

การค้นพบตัวเองผ่านประสบการณ์ใหม่ๆซึ่งนำไปสู่แรงบันดาลใจสำหรับอัลบั้มสตูดิโอชุดที่สี่ของเขาที่กำลังจะปล่อยออกมา Kiss All the Time. Disco, Occasionally.

HS:
ผมคิดว่ามันเริ่มจากการได้พบผู้คนใหม่ๆ และการตอบตกลงกับสิ่งต่างๆ มากขึ้น

ZL:
คนประหลาดใจไหมเวลาคุณตอบตกลง

HS:
ก็มีบ้างครับ ผมจำได้ว่ามีคนชวนว่า อยากไปกับพวกเราไหม แล้วผมตอบทันทีว่า อยาก ซึ่งดูเหมือนจะทำให้พวกเขาแปลกใจนิดหน่อย แต่การเปิดใจแบบนั้นทำให้ผมได้พบผู้คนที่ยอดเยี่ยม และเรียนรู้จากพวกเขามากมาย หลายคนเป็นคนที่ผมไม่เคยรู้จักเลยเมื่อหกเดือนก่อน แต่กลับกลายมาเป็นเพื่อนที่สำคัญในชีวิต สิ่งที่ผมได้เห็นจากผู้คนเหล่านั้นคือความซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ การกล้าที่จะบอกว่า “นี่คือตัวตนที่แท้จริงของฉัน มันโอเคไหม” และมีคนตอบกลับว่า “โอเคสิ” ซึ่งทำให้ผมเริ่มถามตัวเองว่า ถ้าอย่างนั้นทำไมเราจะเป็นแบบนั้นบ้างไม่ได้ การได้อยู่ท่ามกลางผู้คนใหม่ๆ ทำให้ผมเรียนรู้มากเกี่ยวกับตัวเอง ทั้งเรื่องการตัดสินใจ การรู้ว่าเมื่อไหร่ควรตอบรับ และเมื่อไหร่ควรปฏิเสธ และประสบการณ์เหล่านั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนวิถีชีวิตของผมไปมาก ท้ายที่สุด มันนำไปสู่อัลบั้มนี้ ผมอัดเพลงไปพร้อมกับที่สิ่งต่างๆ เหล่านั้นกำลังเกิดขึ้น และสำรวจความรู้สึกของตัวเองผ่านมัน ตอนนี้ผมมาถึงจุดหนึ่งในชีวิตที่สามารถคิดได้ว่า ต่อให้ผมปล่อยอัลบั้มนี้ออกไปแล้วทุกคนไม่ชอบ ผมอาจรู้สึกอ่อนไหวกับมันแน่นอน แต่ผมจะไม่ปล่อยให้มันทำให้ผมสงสัยในตัวตนของตัวเองอีกต่อไป

เพลง ‘American Girls’ และความคิดเรื่องการสร้างครอบครัว

HS:
เพลงนี้สำหรับผมมีความโดดเดี่ยวอยู่พอสมควร เพราะมันเกิดจากการที่ผมเห็นเพื่อนสนิทสามคนแต่งงาน การได้เห็นพวกเขาเชื่อมั่นในความรัก และกล้าเสี่ยงเพื่อสิ่งที่เติมเต็มชีวิตจริงๆ ทำให้ผมคิดถึงตัวเองเหมือนกัน ผมยังโสดและยังสนุกกับชีวิตได้เต็มที่ แต่การได้เห็นพวกเขาเลือกเส้นทางนั้น ทำให้ผมตระหนักว่ามันมีบางอย่างที่มหัศจรรย์มากเวลาที่คุณได้เจอคนที่อยากใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ

ZL:
และการตัดสินใจแบบนั้นก็ไม่ได้มาพร้อมความแน่นอนเลยนะครับ มันเต็มไปด้วยความเสี่ยงเหมือนกัน

HS:
ใช่ครับ มันคือการเปิดเผยความเปราะบางกับใครสักคนอย่างแท้จริง และมันทำให้ผมเริ่มหยุดมองชีวิตตัวเองในภาพที่กว้างขึ้น ว่าจริงๆ แล้วผมต้องการอะไร ผมเริ่มถามตัวเองว่า อีกห้าปีข้างหน้าผมอยากให้ชีวิตเป็นแบบไหน เพราะผมไม่อยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จแต่ต้องอยู่คนเดียว ผมอยากมีความสัมพันธ์ที่ดี มีเพื่อนที่ดี และมีครอบครัว สุดท้ายแล้วมันทำให้ผมคิดว่า ผมต้องสร้างพื้นที่ในชีวิตให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่หวังว่ามันจะเกิดขึ้นเอง

ZL:
เมื่อคุณมีคนอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา หลายอย่างก็จะชัดเจนขึ้น

HS:
ใช่ครับ และนั่นแหละคือเหตุผลที่เราจะเลือกใครสักคน เพราะคนที่ใช่จะทำให้คุณรับผิดชอบต่อคนแบบที่คุณอยากเป็นจริงๆ การถูกท้าทายให้ดีขึ้นในบางครั้ง สำหรับผมแล้ว มันเป็นของขวัญเลย

ทัวร์คอนเสิร์ตที่กำลังจะมาถึง

ZL:
แนวคิดการตั้งหลักแสดงในเมืองเดียว แล้วให้แฟนๆ เดินทางมาหาคุณ แทนที่จะทัวร์หลายเมือง มีที่มาอย่างไรสำหรับทัวร์รอบนี้

ZL:
ฟังดูเหมือนคุณกำลังให้ความสำคัญกับสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานมากขึ้น

HS:
สำหรับผม เหตุผลหลักคือมันทำให้โชว์ดีขึ้น เพราะเราสามารถสร้างสิ่งที่ไม่ต้องรื้อย้ายทุกคืนได้ ผมยังสามารถใช้ชีวิตไปพร้อมกับการทำงาน ดูแลตัวเองได้ดีขึ้น ซึ่งสุดท้ายก็ทำให้ผมทำงานได้ดีขึ้นด้วย ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่เดินทางอีกแล้วนะครับ แค่อยากลองทำอะไรที่ต่างออกไป และอีกอย่าง สมาชิกในวงหลายคนก็มีครอบครัวแล้ว ผมอยากให้พวกเขาได้ทัวร์ไปด้วย แต่ก็ไม่อยากให้มันกลายเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับชีวิตของพวกเขา

HS:
ใช่ครับ เพราะหลังจากที่ผมหยุดพักไปสองปี ผมกลัวอย่างเดียวคือการกลับไปทำทุกอย่างแบบเดิมเป๊ะ โดยไม่เปลี่ยนอะไรเลย

Similar Articles

More