เมื่อโลกของยานยนต์ไฟฟ้ากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ดีไซน์” และ “ประสบการณ์” ที่ต้องมีความสำคัญไม่แพ้สมรรถนะ ZEEKR X โฉมใหม่ปี 2026 จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า แต่คือการสะท้อนตัวตนของคนเมืองที่ต้องการทั้งสไตล์ เทคโนโลยี และความสะดวกสบายในหนึ่งเดียว

The New ZEEKR X มาพร้อมแนวคิด “Urban Design Language” ที่นำความโมเดิร์นมาผสานเข้ากับความคลาสสิกของศิลปะแบบ Art Deco ได้อย่างลงตัว เส้นสายของตัวรถถูกออกแบบให้มีความเฉียบคมและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะที่สัดส่วนของตัวรถถูกคำนวณอย่างแม่นยำเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความสปอร์ตและความพรีเมียม ทำให้ทุกมุมมองของรถคันนี้เต็มไปด้วยความโดดเด่นอย่างมีชั้นเชิง


รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ คือสิ่งที่สะท้อนความพิถีพิถันของงานออกแบบได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง การจัดวางองค์ประกอบของสีและพื้นผิว ไปจนถึงงานไฟส่องสว่างทั้งภายนอกและภายในที่ถูกออกแบบให้มีมิติ สร้างบรรยากาศที่นุ่มลึกและทันสมัยตลอดการเดินทาง ทำให้ The New ZEEKR X เปรียบเสมือน “งานศิลปะเคลื่อนที่” ที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร ความรู้สึกของความหรูหราจะถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจนผ่านแรงบันดาลใจจาก Art Deco ที่ผสานเข้ากับลวดลายแบบ Quilted Pattern ในทุกพื้นผิวของเบาะนั่งและวัสดุภายใน งานตัดเย็บที่ประณีตช่วยเพิ่มมิติและความลึกให้กับดีไซน์ ขณะที่โครงสร้างเบาะถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อรองรับสรีระของผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างเหมาะสม ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสบายในระดับพรีเมียม



ในด้านสมรรถนะ The New ZEEKR X รุ่น Flagship AWD ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ต้องการทั้งพลังและความเร้าใจ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ ให้กำลังสูงสุดถึง 489 แรงม้า และแรงบิด 573 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 3.7 วินาที ขณะที่ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จอยู่ที่ 470 กิโลเมตร (NEDC) ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางระยะไกลได้อย่างมั่นใจ
แบตเตอรี่ Lithium-ion NCM ความจุ 66 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับการชาร์จไฟ AC สูงสุด 22 กิโลวัตต์ พร้อมระบบ V2L ที่สามารถจ่ายกระแสไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานให้มากยิ่งขึ้น และสะท้อนแนวคิดของรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ

ภายในห้องโดยสารยังถูกยกระดับให้เป็น Intelligent Cockpit อย่างแท้จริง ด้วยหน้าจอกลางแบบทัชสกรีนขนาด 14.6 นิ้ว หน้าจอมาตรวัด Full HD ขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอ AR HUD ขนาด 24.3 นิ้ว ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รับข้อมูลสำคัญได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน ระบบประมวลผล 8155 ช่วยให้การทำงานของทุกฟังก์ชันเป็นไปอย่างลื่นไหล ขณะที่ระบบเสียง YAMAHA 13 จุด รอบคัน ช่วยเติมเต็มบรรยากาศการเดินทางให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ความสะดวกสบายยังถูกยกระดับด้วยเบาะนั่งปรับไฟฟ้าพร้อมระบบจดจำตำแหน่ง ระบบระบายอากาศและระบบนวด รวมถึงประตูไฟฟ้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า อีกทั้งยังมี Intelligent B-Pillar Screen ที่ช่วยเพิ่มความล้ำสมัยและความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ในด้านความปลอดภัย The New ZEEKR X มาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ZEEKR AD ที่รวมเทคโนโลยีสำคัญไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น Adaptive Cruise Control, ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ, ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน ไปจนถึงระบบช่วยจอดอัตโนมัติ และระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางอัจฉริยะ โดยทั้งหมดทำงานร่วมกันผ่านกล้อง 5 ตัว เรดาร์ 5 จุด และเซนเซอร์ 12 จุด เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่


โครงสร้างตัวถังแบบ Eight-Grid Structure ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกระแทกจากทุกทิศทาง เสริมด้วยถุงลมนิรภัย 7 จุด และระบบความปลอดภัยทั้งเชิงป้องกันและเชิงปกป้องอย่างครบถ้วน จนได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP โดยThe New ZEEKR X เปิดตัวด้วย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Standard RWD ราคา 899,000 บาท และรุ่น Flagship AWD ราคา 1,069,000 บาท พร้อมตัวเลือกสีภายนอก 5 สี และสีภายใน 3 โทน ที่สะท้อนบุคลิกที่แตกต่างของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน


สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์จริง สามารถเข้าชม The New ZEEKR X ได้ก่อนใครที่ Sphere Gallery ชั้น 2 ศูนย์การค้า EMSPHERE ตั้งแต่วันนี้ถึง 23 มีนาคม 2569
เรียกได้วี่ The New ZEEKR X เป็นอีกหนึ่งรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตในเมือง ที่ผสานดีไซน์ เทคโนโลยี และสมรรถนะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อยกระดับทุกการเดินทางให้กลายเป็นประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกมิติ

