เพราะสไตล์ที่โดดเด่น ไม่ได้แค่บอกเพียงแค่เวลาแต่บ่งบอกว่าคุณคือใคร กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองสู่สไตล์ที่โดดเด่นยิ่งขึ้นแล้วให้สายตาทุกคู่หยุดอยู่ที่ข้อมือคุณ Ellemen Thailand รวบรวมนาฬิกาหลากหลายสไตล์ให้คุณเลือกเรือนที่ใช่ในแบบของตัวเอง
Dynamic Twist
การพลิกมุมมองนาฬิกาคลาสสิก ด้วยการผสานวัสดุ เทคโนโลยี และดีไซน์ที่ต่างยุคเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความสดใหม่แต่ยังคงรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมไว้ในแบบที่แตกต่างและโดดเด่นกว่าเดิมให้นาฬิกาของคุณ
Hublot รุ่น Big Bang Unico Winter Titanium Ceramic
การผสมผสานนวัตกรรมวัสดุล้ำสมัยของ Hublot รุ่น Big Bang Unico Winter Titanium Ceramic ที่รวบรวมความมีน้ำหนักเบาและทนทานของตัวเรือนไทเทเนียม เข้ากับความสวยเด่นของขอบตัวเรือนเซรามิกสีขาวไร้รอยขีดข่วน พร้อมด้วยหน้าปัดแบบสเกเลตันตกแต่งด้วยโทนสีฟ้าและขาว รับไปกับสายยางและหนังสีขาวและฟ้าเช่นกัน ฝาหลังยังเป็นกระจกแซปไฟร์ใสโชว์โรเตอร์ตกแต่งด้วยรูปเกล็ดหิมะ


H. Moser & Cie. รุ่น Streamliner Genesis 2 – Act II
อีกหนึ่งสไตล์ร่วมสมัยจากนาฬิกา H. Moser & Cie. รุ่น Streamliner Genesis 2 – Act II กับแนวคิดสุดสร้างสรรค์ของการรวมนาฬิกาแสดงเวลาแบบเข็มชี้หรืออนาล็อก เข้ากับสไตล์ทันสมัยแบบดิจิทัล มาในตัวเรือนทรงคุชชั่น และความเด่นแบบไอคอนิกของหน้าปัดสีดำ Vantablack® ดูดซับแสงได้ถึง 99.965% จึงนับเป็นวัสดุที่มีสีดำที่สุด ตัดกับเข็มชี้ชั่วโมงและนาทีบรรจุสารเรืองแสง Globolight® รับกับเม็ดมะยมตกแต่งด้วยลวดลายพิกเซลแบบ 3 มิติ


Omega รุ่น Seamaster Planet Ocean 600M
วิวัฒนาการของสไตล์ล่าสุดได้นำเสนอผ่านนาฬิกา Omega รุ่น Seamaster Planet Ocean 600M พร้อมทั้งผสมผสานความสง่างามคลาสสิกกับสไตล์อันทันสมัยของตัวเรือนสเตนเลสสตีล 42 มม. ที่จับคู่มากับสายสเตนเลสสตีล รวมถึงปรับโฉมให้บางขึ้นด้วยความหนาของตัวเรือนรวม 13.79 มม. ผสานวงแหวนด้านในทำจากไทเทเนียม ขณะที่สายโลหะแบบอินทิเกรเต็ดและข้อสายแบบแบน ช่วยให้สวมใส่บนข้อมือได้อย่างเรียบเนียนและสะดวกสบาย ตลอดจนฝาหลังใหม่ติดตั้งด้วยไทเทเนียม เกรด 5 และนำวาล์วปล่อยก๊าซฮีเลียมออก เพื่อให้ลุคสปอร์ตที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน

Mido รุ่น Multifort TV Chronograph
นาฬิกาโครโนกราฟแบบวินเทจร่วมสมัยของ Mido รุ่น Multifort TV Chronograph ใหม่ในตัวเรือนทรง TV แบบเหลี่ยมมนและเคลือบ PVD ไล่เฉดสีเทาสู่สีดำ ทั้งยังผ่านการตกแต่งแบบขัดซาตินสลับขัดเงา ลงตัวเข้ากับหน้าปัดสีดำ บรรจุเข็มชี้ชั่วโมงและนาที และเข็มบนหน้าปัดย่อยจับเวลาเคลือบแล็กเกอร์สีเบจ เปลี่ยนสายได้ระหว่างสายหนังหรือสายเคลือบสีดำ เสริมความคลาสสิกและโก้หรูแบบครบจบในเรือนเดียว


Striking Styles
สไตล์ของนาฬิกาลุคคูล แต่มีกิมมิกของงานออกแบบและความพิเศษของรายละเอียด กลายเป็นไอเท็มที่หนุ่มๆ ไม่อาจมองข้ามได้ กับความสามารถในการหยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์เข้ากับหลากหลายโอกาส รวมถึงเข้ากับบุคลิกและสไตล์ที่หลากหลาย
Rado รุ่น True Square Open Heart x Ji Chang-wook
นาฬิกา Rado รุ่น True Square Open Heart x Ji Chang-wook ซึ่งจับมือกับซูเปอร์สตาร์เกาหลี Ji Chang-wook ในการออกแบบนาฬิการุ่นนี้ด้วยความเท่ของตัวเรือนทรงเหลี่ยมมนของ True Square และสายไฮเทคเซรามิกสีดำแบบด้าน พร้อมทั้งความเด่นของหน้าปัดแบบสเกเลตันตกแต่งด้วยโทนสีดำตัดกับสีเงินบนเครื่องกลไกด้านใน และทับทิมสีแดงบนมาร์กเกอร์บอกเวลาชั่วโมงที่นับเป็นความพิเศษสุดของรุ่นนี้


Tudor รุ่น Ranger
ความคูลของ Tudor รุ่น Ranger ใหม่ คงไว้ด้วยสไตล์นาฬิกาสำหรับนักเดินทางสำรวจที่สร้างสรรค์ขึ้นในช่วงทศวรรษ 1950s นำมาเปลี่ยนลุคใหม่ด้วยหน้าปัดโทน Dune white แสดงเวลาได้อย่างชัดเจนด้วยตัวเลขอารบิกและมาร์กเกอร์สีดำ ส่วนเข็มชี้สไตล์ Ranger บรรจุด้วยสารเรืองแสงสีเบจ มาในตัวเรือนสเตนเลสสตีล 316L ขนาด 39 มม. จับคู่สายผ้าแจ็กการ์ดหรือสายสเตนเลสสตีล


Seiko Prospex Muay Thai Limited Edition
จิตวิญญาณของศิลปะมวยไทยได้หลอมรวมอยู่ในนาฬิการุ่นพิเศษ Seiko Prospex Muay Thai Limited Edition ที่จะเป็น Thailand Limited รุ่นสุดท้ายกับจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะการต่อสู้ของมวยไทย และการใช้อาวุธผ่านท่ามวยทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก ที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความกล้าหาญ ประกอบกับกลยุทธ์และไหวพริบของนักสู้ นอกจากนี้ยังสง่างามด้วยประเพณีการไหว้ครู มงคลบนศีรษะ และผ้าประเจียดที่ต้นแขน นำมาตีความสู่รายละเอียดต่างๆ ด้วยลุคดุดันและเข้มแข็ง อย่างตัวเรือน King Sumo สีทอง ตัดกับขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำ หน้าปัดสีดำตกแต่งด้วยเทคนิคปั๊มจมบนพื้นผิวคล้ายกับลวดลายเชือกจากการถักและพันของมงคล เด่นด้วยมาร์กเกอร์ชั่วโมง ชุดเข็ม ขอบตัวเรือนด้านนอก และสาย จนถึงฝาหลังที่เลือกใช้เป็นสีทองถอดรหัสจากเข็มขัดแชมเปี้ยนของนักมวย


Doxa รุ่น SUB 300 Carbon
ส่งท้ายด้วยลุคโฉบเฉี่ยวของนาฬิกาดำน้ำ Doxa รุ่น SUB 300 Carbon Seafoam มาในตัวเรือนฟอร์กคาร์บอนและไทเทเนียมด้านใน ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและทนทานต่อการดำน้ำได้ลึกถึง 300 เมตร ปกป้องด้วยกระจกแซปไฟร์โค้งแบบโดมที่ถอดต้นแบบมาจากกระจกเพล็กซิกลาสโค้งของรุ่นดั้งเดิมในปี 1967 ความเด่นที่สุดต้องยกให้กับหน้าปัดสีเขียวพาสเทลตกแต่งแบบซันเรย์ ที่ช่วยในการอ่านค่าได้อย่างชัดเจนแม้ในที่มืดหรือใต้น้ำลึก ตอบสนองทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและความสมบุกสมบันในทุกๆ การผจญภัยอันท้าทายของหนุ่มๆ



