#ELLEMEN5Facts ความจริงซ่อนอยู่ในงานคราฟต์ชั้นครูของจักรกลบอกเวลา

เมื่อพูดถึงนาฬิกาสวิส หลายคนอาจนึกถึงความเที่ยงตรงและนวัตกรรมทางกลไก แต่ลึกลงไปในโลกของ Haute Horlogerie หรือสุดยอดศิลปะแห่งการผลิตนาฬิกา ยังมีอีกมิติที่จักรกลบอกเวลาได้หลอมรวมเข้ากับงานศิลปะและงานฝีมือชั้นสูง (Artistic Crafts หรือ Métiers d’art) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นี่คือ 5 ข้อเท็จจริงที่เผยให้เห็นว่านาฬิกาจากแบรนด์ชั้นนำเป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลา แต่คือผืนผ้าใบสำหรับงานคราฟต์อันวิจิตร

1. งานศิลป์บนนาฬิกาเฟื่องฟูขึ้นหลังวิกฤตควอตซ์

น่าแปลกที่เทคนิคการตกแต่งนาฬิกาด้วยมือเกือบจะสูญหายไปในช่วงวิกฤตควอตซ์แห่งทศวรรษ 1980 แต่หลังวิกฤตการณ์ดังกล่าว แบรนด์สวิสจำนวนมากได้หันกลับมาให้ความสำคัญกับกลไกที่ซับซ้อนและการออกแบบที่หรูหรา เพื่อสร้างความแตกต่างจากนาฬิกาควอตซ์ที่ผลิตในปริมาณมาก สิ่งนี้ได้นำไปสู่การฟื้นฟูเทคนิคงานฝีมือเชิงศิลป์โบราณแขนงต่างๆ โดยมีแบรนด์อย่าง Vacheron Constantin, Jaquet-Droz, Piaget และ Van Cleef & Arpels เป็นผู้นำในการกลับมาเฟื่องฟูของศิลปะการตกแต่งนาฬิกา

2. Skeleton การปฏิวัติที่เผยให้เห็นความงามของกลไก

ในอดีต กลไกนาฬิกาส่วนใหญ่มักถูกซ่อนไว้ใต้หน้าปัดและฝาหลัง แต่ในช่วงทศวรรษ 1990 ได้เกิดการปฏิวัติที่เรียกว่า Skeleton Watches หรือ นาฬิกาเปลือย ขึ้น ช่างนาฬิกาเริ่มเปิดหน้าปัดออก หรือไม่ใช้หน้าปัดเลย เพื่อตั้งใจโชว์ความซับซ้อนและความงดงามของการตกแต่งกลไกภายใน บางเรือนถึงกับเปิดฝาหลังด้วยกระจกโปร่งใส ทำให้สามารถมองทะลุตัวเรือนและเห็นส่วนประกอบที่ซ่อนอยู่ได้ แบรนด์อย่าง Richard Mille, Bvlgari, Audemars Piguet, Cvstos, Zenith และ Corum ถือเป็นผู้บุกเบิกในการปฏิวัติรูปแบบนาฬิกาในลักษณะนี้

3. เทคนิคตกแต่งหลากหลายเปรียบดั่งงานศิลปะขนาดจิ๋ว

Haute Horlogerie จำนวนมาก เช่น Louis Vuitton, Hermès, Patek Philippe, Vacheron Constantin และ Cartier มีส่วนร่วมในโลกแห่งศิลปะมานานหลายทศวรรษ ความวิจิตรของนาฬิกาหรูเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากเทคนิคการตกแต่งด้วยมืออันหลากหลาย ซึ่งรวมถึง:

  • การแกะสลัก (Engraving): การสร้างลวดลายบนชิ้นส่วนต่างๆ ของนาฬิกาด้วยมือ
  • การฝังอัญมณี (Gem Setting): การประดับเพชรหรืออัญมณีเลอค่าลงบนตัวเรือน หน้าปัด หรือแม้แต่ชิ้นส่วนกลไก
  • กิโยเช่ (Guillochage): เทคนิคการแกะสลักลวดลายที่ซับซ้อนและสม่ำเสมอเป็นลายเส้นเรขาคณิต ซึ่งมักเห็นได้บนหน้าปัดนาฬิกาชั้นสูง

  • เทคนิคอื่นๆ: ยังมีเทคนิคอีกมากมาย เช่น การขัดลายวงกลม (Perlage), การขัดลายรัศมีพระอาทิตย์ (Soleillage) และการลงยา (Enamelling) ซึ่งผลงานที่สวยงามที่สุดมักเกิดจากการทำด้วยมือบนนาฬิการุ่นพิเศษหรือรุ่นที่ผลิตจำนวนจำกัด

4. มีการตั้ง ‘สถาบัน’ เพื่อสืบทอดทักษะงานฝีมือที่ใกล้สูญหาย

เนื่องจากทักษะงานฝีมือเหล่านี้หาได้ยากและใกล้จะสูญหาย แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะอนุรักษ์และสืบทอดองค์ความรู้เหล่านี้ ทั้ง Vacheron Constantin ในเจนีวา และ Cartier ที่ La Chaux-de-Fonds ได้จัดตั้งเวิร์กช็อปขึ้นภายในโรงงานของตนเองเพื่อให้ช่างฝีมือผู้ชำนาญการสามารถถ่ายทอดทักษะอันล้ำค่าสู่ช่างฝีมือฝึกหัดรุ่นใหม่ได้ ในปี 2016 กลุ่ม Richemont ยังได้เปิดตัว “Campus of Haute Horlogerie” ในเจนีวา เพื่อเป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมและรับรองช่างฝีมือในอนาคตสำหรับแบรนด์ในเครือทั้งหมด

5. ศิลปะคืองานคราฟต์ที่อยู่บน ‘ยอดพีระมิด’ ของโลกนาฬิกา

หากเปรียบอุตสาหกรรมนาฬิกาเป็นพีระมิด ฐานกว้างคือการผลิตนาฬิกาสำหรับคนทั่วไป แต่ส่วนยอดของพีระมิดก็คือการสร้างสรรค์ จักรกลอัญมณี (jewel timekeepers) อันยอดเยี่ยม ที่โดดเด่นทั้งการออกแบบภายในและภายนอก ชื่อเสียงของแบรนด์อิสระหลายแห่งก็มีรากฐานมาจาก “ช่างนาฬิกาอัจฉริยะ” ที่เป็นทั้งช่างเทคนิค ศิลปิน และช่างฝีมือในคนเดียวกัน เช่น Philippe Dufour, Christophe Claret, François-Paul Journe หรือ Robert Greubel และ Stephen Forsey งานฝีมือเชิงศิลป์จึงเป็นโอกาสสำคัญที่แบรนด์จะได้แสดงทักษะและความคิดสร้างสรรค์อันเป็นเลิศ เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหานาฬิกาสุดพิเศษที่ไม่เหมือนใคร

Similar Articles

More