Wolds: Chanond Mingmit
หากถามหาแบรนด์ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในวงการแฟชั่นญี่ปุ่นด้วยการผสมผสาน “ความประณีต” เข้ากับ “ความดิบเท่” ได้อย่างลงตัวที่สุดในชั่วโมงนี้ ชื่อของ Poliquant (โพลีแคว้นท์) คือคำตอบที่บรรดาผู้ที่หลงใหลในงานสายเทคนิคอลต้องรู้จักอย่างแน่นอน

Poliquant เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 จากมุมมองของสองดีไซเนอร์คู่หู จุนอิจิ สึกิตะ (Junichi Sugita) และ มาโอะ อิวายะ (Mao Iwaya) ผู้ต้องการสร้างพื้นที่ทับซ้อนระหว่างความต่างสุดขั้ว เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้ชื่อแบรนด์ที่เกิดจากการผสมคำว่า Polite (ความสุภาพอ่อนโยน) ที่สะท้อนถึงความประณีตและมาตราฐานการผลิตแบบญี่ปุ่น และ Piquant (ความจัดจ้านและเผ็ดร้อน) ในแนวคิดแบบ “Anti-Establishment” หรือการต่อต้านกระแสหลักที่น่าเบื่อ เข้าด้วยกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นเสื้อผ้าที่มีโครงสร้างสวยงามประณีต แต่แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งการปฏิวัติที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
สิ่งที่ทำให้ Poliquant แตกต่างจากเครื่องแต่งกายแนวฟังค์ชันโดยทั่วไป คือการไม่จมต่อกรอบเดิมๆ ของเสื้อผ้าสไตล์ทหาร (Military) หรือชุดทำงาน (Workwear) ดีไซเนอร์ทั้งคู่ได้หยิบเอาองค์ประกอบเหล่านี้มา “ชำแหละ” และ “ประกอบใหม่” (Deconstruction & Reinterpretation) ผ่านมุมมองของโลกอนาคต ทุกรายละเอียดบนเสื้อผ้าไม่ได้ถูกใส่มาเพียงเพื่อความสวยงาม แต่ผ่านการคิดคำนวณมาอย่างดี ทั้งการเลือกใช้เนื้อผ้าเทคโนโลยีขั้นสูงที่ทนทานต่อทุกสภาวะอากาศ ไปจนถึงการซ่อนการใช้งานที่คาดไม่ถึง เช่น การปรับเปลี่ยนรูปทรงด้วยซิปหรือสายปรับระดับ เพื่อให้เสื้อผ้าหนึ่งชิ้นสามารถปรับเปลี่ยนได้หลายการใช้งานทั้งยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ที่หมุนเวียนไปอย่างรวดเร็ว
แม้ Poliquant จะถือกำเนิดขึ้นมาในยุคสมัยใหม่ แต่รากเหง้าของ Junichi Sugita และ Mao Iwaya มีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ‘Ura-Harajuku’ (แฟชั่นในตรอกซอกซอยของฮาราจูกุยุค 90s) พวกเขาได้รับอิทธิพลจากการนำเสื้อผ้า Vintage Military และ Workwear มาดัดแปลง ซึ่งเป็นหัวใจของแฟชั่นญี่ปุ่นยุคนั้น ด้วยการนำ “จิตวิญญาณสตรีท” นั้นมาอัปเกรดด้วย High-Tech Engineering เปลี่ยนจากแค่การเย็บปะ (Patchwork) มาเป็นการใช้เทคนิคเลเซอร์คัท หรือการซีลด้วยความร้อน (Heat Seaming) แทน ทำให้เราต้องหันมามองว่าเสื้อผ้าของพวกเขาคือ “อุปกรณ์เสริมศักยภาพ” ที่ไม่ใช่แค่เครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้าหลายชิ้นของ Poliquant ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบ “โมดูลาร์” คือสามารถถอดแยกชิ้นส่วน ปรับความยาว หรือเปลี่ยนการใช้งานจากเสื้อคลุมเป็นกระเป๋าได้ ซึ่งต้องใช้การคำนวณแพทเทิร์นที่ซับซ้อนกว่าเสื้อผ้าปกติหลายเท่า โดยพวกเขามักเลือกใช้ผ้าจากโรงทอชั้นนำในญี่ปุ่น เช่น ผ้าที่มีคุณสมบัติ Shape Memory (คืนตัวได้เอง) หรือผ้าไนลอนที่มีความหนาแน่นสูงแต่ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม เพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ต้องเดินทางตลอดเวลา

หากวิเคราะห์ในเชิงศิลปะ งานของ Poliquant จัดอยู่ในกลุ่ม Constructivism การออกแบบของพวกเขาไม่ซ่อนโครงสร้าง แต่เลือกที่จะ “โชว์” โครงสร้าง เช่น การใช้ซิปที่ยาวเกินความจำเป็น การวางตำแหน่งกระเป๋าแบบอสมมาตรหรือการโชว์รอยต่อของตะเข็บ ความซับซ้อนเหล่านี้ไม่ใช่ความไร้ระเบียบ แต่เป็น “ความตั้งใจ” ที่จะให้ผู้สวมใส่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเสื้อผ้า นั้นทำให้เรารู้สึกว่า Poliquant กำลังทำการ “วิจัยเรื่องการสวมใส่” มากกว่าแค่ออกแบบเสื้อผ้าปกติ เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างมนุษย์ สภาพแวดล้อมใหม่ที่โลกกำลังเผชิญและเครื่องแต่งกาย
ในยุคที่แฟชั่นถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสที่มาไวไปไว Poliquant กลับเลือกที่จะหยั่งรากลึกด้วยคุณภาพและการออกแบบที่อยู่เหนือกาลเวลา นี่คือแบรนด์สำหรับผู้ชายที่มองหาความแตกต่าง ผู้ที่ไม่ต้องการเพียงแค่เสื้อผ้าที่สวมใส่ได้จริง แต่ต้องการ “อุปกรณ์” ที่ช่วยบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนอันซับซ้อนและการมองโลกที่ก้าวล้ำกว่าใคร Poliquant จึงกำลังสร้างมาตรฐานใหม่ในโลกแฟชั่น ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความสวยงามที่แท้จริงต้องมาพร้อมกับประโยชน์ใช้สอยที่ยอดเยี่ยมเสมอ ซึ่งนั่นคือเหตุผลว่าทำไม Poliquant จึงเป็น “The Next Cut” ครั้งแรกที่ Elle Men Thailand เลือกมานำเสนอครับ













