เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า “ผู้ชายยุคใหม่ใส่รองเท้าบัลเลต์” ตั้งแต่ Harry Styles บนเวที Grammys หรือ Bad Bunny ในงานเปิดตัวภาพยนตร์ Happy Gilmore 2 ไปจนถึง Jacob Elordi ในรายการ Jimmy Kimmel พวกเขาเหล่านี้เปรียบได้กับแฟชั่นไอคอนยุคใหม่ของผู้ชาย ที่กำลังค่อยๆ เขียนกฎใหม่ให้กับรองเท้าผู้ชายสิ่งที่เคยถูกมองว่าบอบบาง หรือแม้กระทั่งท้าทายกรอบเดิมของความเป็นชาย กำลังถูกนิยามใหม่ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นใจในแบบที่นุ่มนวลขึ้น อิสระขึ้น และไม่ยึดติดกับขนบเดิม



อย่างไรก็ตาม เทรนด์รองเท้าบัลเลต์ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน ตั้งแต่ราวปี 2021 แบรนด์สายแฟชั่นเชิงทดลองอย่าง Comme des Garçons, Maison Margiela, Lemaire และ Bode ต่างทยอยนำเสนอเวอร์ชั่นของตัวเอง ซึ่งในช่วงแรกได้รับความนิยมในกลุ่มแฟชั่นนิสต้าสายอาร์ตที่มักจับคู่กับยีนส์ขาดๆ กางเกงขาสั้นโอเวอร์ไซส์ หรือสูทดีคอนสตรัคต์ แต่เมื่อภาพของเหล่าคนดังเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นในช่วงหลัง ซิลูเอตนี้ก็เริ่มขยับจากของเฉพาะกลุ่ม สู่กระแสหลัก
คำถามจึงไม่ใช่อีกต่อไปว่ารองเท้าบัลเลต์ เหมาะกับผู้ชายหรือไม่ แต่คือผู้บริโภคผู้ชายทั่วไปจะ “กล้าพอ” ที่จะหยิบมันมาใส่หรือเปล่า

ในยุคที่ความเป็นชายกำลังถูกตีความใหม่ รองเท้าบัลเลต์อาจไม่ใช่แค่เทรนด์ ปัจจุบันเราจึงเริ่มเห็นรองเท้า สนีกเกอร์หลายรุ่นที่หยิบเอาโครงสร้างพื้นบางเฉียบแบบบัลเลต์แฟลตมาปรับใช้ใหม่ในเชิงฟังก์ชั่นมากขึ้น กลายเป็นการ “รีแพ็กเกจ” แนวคิดเดิมให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้ชายคุ้นเคย แม้รองเท้าบัลเลต์อาจยังไม่ถูกสวมใส่อย่างแพร่หลายในหมู่ผู้ชาย แต่ “อิทธิพล” ของมันกำลังแผ่ขยายไปทั่วทั้งตลาด menswear อย่างชัดเจน ทั้งแบรนด์และผู้บริโภคต่างเริ่มเปิดรับรองเท้าที่มีความนุ่มนวลมากขึ้น พร้อมทดลอง “ขยับกรอบ” ของกฎเกณฑ์เดิมที่เคยกำหนดการแต่งกายของผู้ชายมาโดยตลอด
รองเท้าหนังทรงบัลเลต์พร้อมเชือกโบว์ จาก Tom Ford

รองเท้าหนังแก้วทรงบัลเลต์ จาก Thom Browne

รองเท้าทรงบัลเลต์พร้อมสายคาด จาก Simone Rocha

รองเท้าทรงบัลเลต์เทคนิค trompe l’oeil จาก Marni

รองเท้าทรงบัลเลต์พร้อมสายคาด จาก Dries Van Noten

รองเท้าทรงบัลเลต์แนวสปอร์ต จาก Adidas

รองเท้าทรงบัลเลต์แบบมีเชือกผูก จาก Celine

รองเท้าทรงบัลเลต์ประดับมุดและสายคาด จาก Puma

รองเท้าทรงบัลเลต์มีเชือกผูก จาก Polo Ralph Lauren


