MEEPOOH เด็กหนุ่มสองอารมณ์ที่กล้ารู้สึก และกล้าพูดความจริง

เปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยสองเพลงสองอารมณ์ “งอแง” และ “ชัดเจนนานแล้ว” MEEPOOH กำลังกลายเป็นหนึ่งในศิลปินเจนซีที่น่าจับตาที่สุดตอนนี้ ไม่ใช่แค่เพราะโทนเพลงที่สดใหม่ แต่เพราะวิธีที่เขาเล่าเรื่องความรู้สึกแบบตรงไปตรงมา ชัดเจน และเต็มไปด้วยพลังของวัยรุ่นที่กำลังเติบโต

ในบทสัมภาษณ์พิเศษนี้วิน สกุลแสงประภา หรือ MEEPOOH (หมีพูห์)ชวนเรามองมุมใหม่ของการเดบิวต์, แรงบันดาลใจที่มาจากความ “งอแงหนิครับ”, การถ่ายทำเดบิวต์ฟิล์มกลางนิวยอร์ก และเหตุผลที่ทำให้เขาอยากโตขึ้น ทั้งในฐานะศิลปินและในฐานะคนหนึ่งคน

สองเพลงเปิดตัว สองโหมดชีวิตของ หมีพูห์

หมีพูห์ บอกว่าเหตุผลที่เลือกเปิดตัวด้วยเพลงสองอารมณ์ เป็นเพราะ “มนุษย์ไม่เคยมีโหมดเดียว” เขาอยากให้คนเห็นว่าตัวเองมีทั้งโมเมนต์ที่เศร้า เปราะบาง และโมเมนต์ที่อยากเป็นคนคอยปลอบคนอื่น แต่ในวันเดียวกันนั้น เขาก็อาจกลายเป็นคนที่ต้องการให้ใครสักคนกอดเหมือนกัน

งอแง จากคำติดปากสู่เพลงเพลย์ฟูลสุดไวรัล

คำว่า “งอแงหนิ” ที่กลายเป็นประโยคติดหู มาจากเดโมที่โฟร์–ประทีป และแอ้ม–อัจฉริยา ให้มาพร้อมกันแต่แรก หมีพูห์เล่าว่าเขาแค่ “ต่อยอดความกวนของตัวเองเข้าไปเต็ม ๆ”

“มันเหมือนเราแกล้งท้าเล่นๆ ว่า ‘แน่จริงก็มางอแงดิ’ แบบกวน ๆ หน่อย แต่มันน่ารักในแบบที่อยากให้ทุกคนพูดตามได้”

ชัดเจนนานแล้ว ความรักสามเส้าในแบบเจนซี

แม้เพลงจะพูดเรื่องรักสามเส้าที่ค่อนข้างเปราะบาง แต่เขาไม่ได้ดึงจากประสบการณ์จริงมากนัก โฟร์บอกให้เขาลองใส่ “ความรักในมุมมองเจนซี” หมีพูห์ จึงเลือกเล่าความรู้สึกแบบตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม และซื่อสัตย์ต่ออารมณ์ที่สุด

เรียนรู้จากทีม All-Star อิสระคือกุญแจ

ได้ร่วมงานกับโฟร์ ประทีป, แอ้ม อัจฉริยา และ SPATCHIES ทำให้เขาเข้าใจว่า “ศิลปินมีสิทธิ์จะเป็นตัวเองที่สุดในเพลงของตัวเอง”

SPATCHIES ยังช่วยเขาปลดล็อกเทคนิคการร้องด้วยวิธีคิดง่าย ๆ แต่พลังมาก “ให้ลองคิดว่าไม่มี key เลย จะร้องยังไง?” ผลคือ เขาค้นพบวิธีใช้เสียงที่เป็นธรรมชาติที่สุดของตัวเอง

เดบิวต์ฟิล์ม NY, LYSM! นิวยอร์กกับบทเรียนการแสดง

การถ่ายทำเดบิวต์ฟิล์มเต็มรูปแบบกลางนิวยอร์กเป็นความท้าทายใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องเวลา “ตอนที่คนที่นั่นง่วง ผมเพิ่งตื่นเลย” เขาหัวเราะ

ในฐานะนักเรียนการแสดง เขาบอกว่าความยากจริง ๆ คือ “ต้องทำให้คนดูเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อ”—ไม่ใช่แค่แอคติ้งให้ผ่าน แต่ต้องทำให้คน “รู้สึกตาม”

ภาพลักษณ์ของศิลปิน Gen Z กล้ารู้สึก คือพลัง

เขาอยากให้คนมองเจนซีใหม่ ว่าเป็นเจเนอเรชันที่ “เข้าใจโลกมากกว่าที่หลายคนคิด” ทั้งเรื่องงาน ความรัก และการเติบโต

“เราไม่ได้ไร้เดียงสา เรารู้ว่าผู้ใหญ่คุยอะไรกัน เราทำงานจริงจังกันเยอะเหมือนกันนะ” เขาย้ำ

ลุค Street x Theatre Dry Clean Only x Mickey Mouse

ลุคที่เขาชอบที่สุดคือชุด Dry Clean Only ที่ถ่ายหน้า Hot Dog Shop ในนิวยอร์ก เพราะมันผสมดีเทลไทย (อย่างคำว่า “สวัสดี” และลายธงชาติ) เข้ากับความสนุกแบบ Mickey Mouse เจอที่ไหน คนก็รู้ว่าเป็นดีไซเนอร์ไทย

อีกสองลุคที่รักคือกางเกง Acne Studios ในช็อตบน High Line และ The Standard—เพราะเขาเป็นคอสตรีทแวร์ตัวจริงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

NY, LYSM Photo Series เมื่อศิลปินระดับโลกถ่ายเรา

การถ่ายกับ Mikey Asanin ทำให้เขาเรียนรู้ว่าสิ่งสำคัญคือ “อย่าเกร็งกับชื่อเสียงของคนตรงหน้า”

“เขาเป็นโปรเฟสชันนัลมาก ๆ แล้วก็ใจดี ผมเลยไม่เกร็งเลย แล้วสุดท้ายก็สนิทกันด้วยซ้ำ”

ท่าเต้น “แง แง แง” เด็กโตที่ยังมีความงอแงอยู่ในตัว

ท่านี้ได้แรงบันดาลใจจากท่าถูตาเวลาเด็กงอแง แต่ใส่ความโตแบบวัยรุ่นเข้าไป

“อยากให้เห็นว่าร้องจนไม่เหลือแรง แล้วถูตาแรง ๆ แบบแงงงง… มันเพลย์ฟูลและทุกคนทำตามได้ง่ายมาก”

โปรดักชันระดับสากล และความฝันในเส้นทางศิลปิน

หลังได้เห็นโปรดักชันใหญ่ตั้งแต่เดบิวต์ เขายอมรับตรง ๆ ว่าตั้งเป้าหมายสูง

“อยากได้สักรางวัลหนึ่ง อะไรก็ได้ แต่ในใจจริง ๆ ก็หวัง Artist of the Year ไว้อยู่เหมือนกัน”

จากนักแสดง สู่นักร้องเต็มตัว อยากให้เห็นความกวนแบบโตขึ้น

แฟนเก่าแฟนใหม่ที่เคยรู้จักเขาจากงานละครและโฆษณา จะได้เห็น “เวอร์ชันที่โตขึ้นและกวนขึ้น” ของ หมีพูห์ ในฐานะศิลปินเต็มตัว

“ผมอยากโตครับ โตแล้วหล่อด้วย” เขาพูดพร้อมหัวเราะเสียงดังตามสไตล์

ฝากถึงคนที่เพิ่งรู้จัก หมีพูห์ ครั้งแรก

ถ้าต้องแนะนำตัวเองในประโยคเดียว เขาบอกว่า “ไปฟังเพลงผมครับ แล้วไปดู MV ที่นิวยอร์กด้วยรับรองว่าเพราะ!”

Similar Articles

More