นับตั้งแต่ปี 1900 ที่ Ferdinand Porsche (เฟอร์ดินานด์ ปอร์เช่) วิศวกรยานยนต์ผู้มีวิสัยทัศน์และเป็นบิดาผู้ก่อตั้งบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ต Porsche ในปัจจุบัน ได้เปิดตัวระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าแบบติดล้อเป็นครั้งแรกของโลก ไปจนถึงรถแข่ง Porsche 919 Hybrid ที่สร้างสถิติระดับโลก และรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง Taycan ปอร์เช่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องผ่าน เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ได้รับการทดสอบอย่างเข้มข้นในโลกของมอเตอร์สปอร์ตตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จัก 5 เรื่องน่าทึ่งเกี่ยวกับ Porsche ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมและมอเตอร์สปอร์ตของแบรนด์ระดับตำนานจากเยอรมนี

1. ปี 1899 เส้นทางแห่งชัยชนะของ Porsche

ก่อนที่คำว่า EV จะกลายเป็นเทรนด์ รถยนต์ไฟฟ้าของโลห์เนอร์ได้ลงแข่ง endurance ระยะทาง 50 กิโลเมตรในกรุงเบอร์ลิน ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่ “เร็วที่สุด” แต่สำคัญตรงที่รถส่วนใหญ่ในยุคนั้น โดยเฉพาะเครื่องยนต์สันดาป ยังไม่สามารถวิ่งครบระยะได้ด้วยซ้ำ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสถียรของระบบไฟฟ้า และคุณภาพทางวิศวกรรมที่ Porsche วางรากฐานไว้ตั้งแต่วันแรกของอุตสาหกรรม
สิ่งที่น่าทึ่งคือโลห์เนอร์กับ “Electromobile” และที่สำคัญคือ รถยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่รถแข่งหลายคันที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปหลายคันในยุคนั้น การแข่งขันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ นี่เป็นข้อพิสูจน์ถึงความก้าวล้ำด้านวิศวกรรมของ Porsche ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม
2. ปี 1900 รถ Porsche คันแรกคือรถยนต์ไฟฟ้า

หลายคนอาจคิดว่า Porsche เป็นแบรนด์ที่เน้นไปที่เครื่องยนต์สันดาป (เครื่องยนต์น้ำมัน) แต่ในความเป็นจริงแล้ว รถยนต์คันแรกของ Porsche เป็นรถไฟฟ้า
ย้อนกลับไปในปี 1900 เฟอร์ดินานด์ ปอร์เช่ ได้พัฒนา Lohner-Porsche (โลห์เนอร์-ปอร์เช่) ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่ที่ล้อหน้า นอกจากรถยนต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าติดล้อในการขับเคลื่อนล้อหน้าโลก โดยใช้เครื่องยนต์ไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดที่ล้ำสมัยมากในยุคนั้น
แม้ว่า Porsche จะหันมาให้ความสำคัญกับเครื่องยนต์สันดาปในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา แต่ปัจจุบัน Porsche กำลังกลับมาสู่รากเหง้าเดิมของตนเอง ด้วยการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Porsche Taycan ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ทรงพลังและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในตลาด
3. ปี 1971 Porsche มีส่วนร่วมกับรถที่ไปดวงจันทร์

หลายคนอาจไม่รู้ว่า Porsche ไม่ได้สร้างแค่รถยนต์สำหรับถนนและสนามแข่งเท่านั้น แต่เทคโนโลยีของ Porsche ยังได้ถูกนำไปใช้ในโครงการสำรวจอวกาศของ NASA อีกด้วย ในปี 1971 NASA ได้พัฒนา Lunar Roving Vehicle (LRV) หรือ รถสำรวจดวงจันทร์ ที่ถูกส่งไปพร้อมกับภารกิจ Apollo 15 และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ใช้ใน LRV ก็คือ มอเตอร์ไฟฟ้าในดุมล้อ ซึ่งได้รับอิทธิพลโดยตรงจากแนวคิดที่ Ferdinand Porsche พัฒนาขึ้นตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20
ย้อนกลับไปในปี 1900 Porsche ได้คิดค้นระบบขับเคลื่อนที่เรียกว่า “System Lohner-Porsche” ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนแบบแยกส่วนที่บูรณาการมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าไว้ในดุมล้อโดยตรง เทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้กับรถยนต์โดยสาร รถบัส และรถบรรทุกหนัก โดยสามารถเลือกมอเตอร์ได้ถึงสามขนาด ให้กำลังสูงสุด 12 PS ต่อล้อ และมีระยะการขับขี่ราว 50 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
ถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจว่าความอัจฉริยะของ Porsche ไม่ได้หยุดอยู่แค่บนโลกใบนี้ แต่ยังไปไกลถึงดวงจันทร์อีกด้วย!
4. ปี 2010 911 GT3 R Hybrid: รถแข่งคันแรกที่ใช้ระบบไฮบริด

Porsche เดินเกมก่อนใครอีกครั้ง เมื่อส่ง Porsche 911 GT3 R Hybrid ลงสนาม Nürburgring ในปี 2010 ในฐานะรถแข่งคันแรกของแบรนด์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าร่วมกับเครื่องยนต์ หัวใจของรถคันนี้คือเครื่องยนต์ 6 สูบ 4.0 ลิตร ที่ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าบนเพลาหน้า 2 ตัว ซึ่งช่วยเสริมกำลังและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่อย่างมีนัยสำคัญ
ความล้ำหน้าที่แท้จริงอยู่ที่ระบบการจัดการพลังงาน ทุกครั้งที่เบรกมอเตอร์ไฟฟ้าจะเปลี่ยนพลังงานจลน์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า และเก็บสะสมไว้ในระบบฟลายวีล เพื่อนำกลับมาใช้เป็นบูสต์เพิ่มความเร็วในจังหวะสำคัญ
5. ปี 2013 Porsche 918 Spyder เป็นซูเปอร์คาร์ที่ทำลายสถิติ

เมื่อพูดถึงซูเปอร์คาร์ของ Porsche หนึ่งในรุ่นที่โดดเด่นที่สุดคือ Porsche 918 Spyder ซึ่งเป็นรถไฮบริดสมรรถนะสูงที่เปิดตัวในปี 2013 สิ่งที่ทำให้ 918 Spyder เป็นที่จดจำคือ มันเป็นรถโปรดักชันคันแรกของโลกที่สามารถทำเวลาในสนามแข่ง Nürburgring ได้ต่ำกว่า 7 นาที โดยทำเวลาไปที่ 6:57 นาที ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของวงการซูเปอร์คาร์ และเป็นการพิสูจน์ว่ารถไฮบริดก็สามารถมีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมได้ ไม่เพียงเท่านั้น 918 Spyder ยังเป็นรถที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีจากสนามแข่งและการใช้งานบนถนนจริงได้อย่างลงตัว และกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่นักสะสมทั่วโลกต้องการมากที่สุด
6. ในปี 2018 Porsche เคยสร้างรถที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ Nürburgring

สนามแข่ง Nürburgring Nordschleife ในเยอรมนี เป็นสนามที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดและท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และ Porsche ก็เป็นแบรนด์ที่สร้างสถิติในสนามแห่งนี้มาโดยตลอด
ในปี 2018 Porsche 919 Hybrid Evo ทำลายสถิติความเร็วของสนามด้วยเวลา 5:19 นาที เร็วกว่าสถิติเดิมถึง 51 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่มีรถคันไหนเคยทำได้มาก่อน
รถคันนี้ถูกขับโดย Timo Bernhard นักแข่งชื่อดังของ Porsche ซึ่งขับด้วยความเร็วสูงสุดถึง 369.4 กม./ชม. การทำลายสถิติครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ว่า Porsche ไม่ได้เป็นแค่แบรนด์ที่ผลิตรถหรู แต่ยังเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีความเร็วระดับโลกอีกด้วย ซึ่งเทคโนโลยีจาก 919 Hybrid Evo ถูกถ่ายทอดสู่Taycan นั่นหมายความว่าคุณสามารถสัมผัสพลังอันน่าทึ่งนี้ได้ในทุกๆ วัน
7. ปัจจุบัน Porsche Taycan รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ออกจำหน่าย

การมาของ Porsche Taycan ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ Porsche ผลิตในเชิงพาณิชย์ แต่คือการย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของแบรนด์อย่างแท้จริง Taycan ถูกออกแบบให้ผสานความโฉบเฉี่ยวแบบสปอร์ตเข้ากับความเรียบหรูสมัยใหม่ ขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์จาก Porsche 911 ไว้อย่างชัดเจน ภายในห้องโดยสารสะท้อนแนวคิด luxury-tech ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบสั่งงานอัจฉริยะ ระบบนำทาง หรือ Porsche Communication Management (PCM)
หัวใจสำคัญของ Taycan คือระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ ที่รองรับการชาร์จเร็วและให้พละกำลังระดับรถสปอร์ตตัวจริง ทั้งอัตราเร่ง การควบคุม และฟีลลิ่งการขับขี่ยังคง DNA ของ Porsche ไว้อย่างครบถ้วน
นี่จึงไม่ใช่แค่ EV แต่คือ “electric Porsche” ที่สะท้อนภาพรวมของแบรนด์ได้ชัดเจนที่สุด จากจุดเริ่มต้นในปี 1899 สู่ปัจจุบัน Porsche ไม่ได้แค่พัฒนาตัวเอง แต่ยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่เปลี่ยนอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ และเมื่อมองย้อนกลับไปตามไทม์ไลน์ จะเห็นได้ว่า “อนาคตของยานยนต์” อาจไม่ใช่เรื่องใหม่เลย หากแต่เป็นสิ่งที่ Porsche เคยคิดและลงมือทำไว้ตั้งแต่วันแรกแล้ว

