Words: Chamarwee Prangprempree, Charinrat Pengcharoen
ซิงเกิลล่าสุด guilty pleasure จาก PP KRIT ที่ไม่ได้เป็นเพียงเพลงใหม่ แต่เป็นพื้นที่ที่ดนตรี แฟชั่น และศิลปะหลอมรวมเข้าด้วยกันได้อย่างงดงาม ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านสัญญะและรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในทุกมิติ ที่เพียงแค่สบตาความรู้สึกก็พลุ่งพล่านราวกับทั้งร่างกายต้องตอบสนองต่อแรงดึงดูดนั้นในทันที
การกลับมาของ PP KRIT ใน guilty pleasure
PP KRIT หรือ พีพี–กฤษฏ์ อำนวยเดชกร กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ guilty pleasure ที่ปล่อยเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เพลงป๊อปกลิ่นอาย R&B จังหวะฟังสบายแต่แฝงไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนอย่างพอดิบพอดี ถ่ายทอดภาวะของคนที่มักพ่ายแพ้ให้กับ “เสียงในหัว” ทุกครั้งเมื่อได้อยู่ใกล้คนที่แอบมีใจ เผยอีกด้านที่อ่อนไหว ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง ขณะเดียวกันก็สะท้อนความลังเลที่ฉุดรั้งไม่ให้ก้าวล้ำเส้นความสัมพันธ์ที่ยังไม่ชัดเจน เพลงนี้ได้ GALCHANIE มาร่วมเขียนเนื้อร้องและถ่ายทอดด้วยเสียงทรงพลัง พร้อมด้วย MAYOJAMES ในฐานะโปรดิวเซอร์ที่ร่วมแต่งทำนองและออกแบบภาพรวมของซาวด์ให้มีเอกลักษณ์ชัดเจน
คอนเซ็ปต์ของมิวสิกวิดีโอ guilty pleasure
ด้านมิวสิกวิดีโอที่กำกับโดย MANGTO ถูกออกแบบให้มีกลิ่นอายตะวันออกอย่างเด่นชัด ผสานท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทั้งเซ็กซี่และเย้ายวน ควบคู่การเล่าเรื่องผ่านสัญญะที่ซ่อนอยู่ ชวนให้ผู้ชมร่วมตีความไปพร้อมกัน มิวสิกวิดีโอค่อย ๆ คลี่คลายผ่านบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงวรรณกรรมญี่ปุ่น สื่อถึงความรักที่ทั้งงดงามและแต่แฝงอันตราย โดยใช้ “งู” และ “ดอกฮิกันบานะ” เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ร้อนแรง ยั่วยวน และยากจะหักห้ามใจ ราวกับเพียงสบตาก็ทำให้ทุกประสาทสัมผัสตื่นตัวพร้อมตอบสนองทันที ขณะเดียวกัน “กล้อง” ยังทำหน้าที่แทนสายตาของผู้ชม ที่เฝ้ามอง “ดอกไม้” ซึ่งเป็นสัญญะแทนตัวพีพี เพิ่มมิติการสื่อสารระหว่างศิลปินกับผู้ชมอย่างแยบยล นอกจากนี้ยังมีโทนสีแดงที่ถูกใช้เป็นหลัก ตอกย้ำพลังแห่งความรัก ความเร่าร้อน ความกล้าหาญ และความอันตราย อันเป็นภาพแทนของความหลงใหลที่เข้มข้น
เติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยธีม Gender-Fluid Luxury
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ “Guilty Pleasure” คือการออกแบบเครื่องแต่งกายทั้ง 5 ลุค ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความสวยงาม หากแต่ร่วมเล่าเรื่องไปพร้อมกับอารมณ์และคอนเซ็ปต์ของมิวสิกวิดีโอ ในเพลงนี้พีพีปรากฏตัวในภาพลักษณ์ที่เซ็กซี่ เร่าร้อน และขี้เล่น ทว่าเป็นความยั่วยวนที่สื่อผ่านชั้นเชิง ไม่ใช่ความโจ่งแจ้ง ด้วยซิลูเอตชัดเจน ใช้เนื้อผ้าที่เผยผิวอย่างเหมาะสม และดีเทลที่เล่นกับแสง เงา และการเคลื่อนไหว ทำให้ทุกลุคเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูด
หัวใจสำคัญอีกประการคือแนวคิด Gender-Fluid Luxury อันเป็นลายเซ็นของพีพีมาโดยตลอด ความอ่อนหวานของผ้าโปร่ง เส้นสายพลิ้วไหว และโทนสีละมุน ถูกตัดด้วยโครงเสื้อและเครื่องประดับที่แข็งแรงคมชัด เกิดเป็นสมดุลระหว่างความเปราะบางและความทรงพลังในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ทั้งหมดกลายเป็นภาพจำ คือพีพีไม่ได้เพียงสวมใส่เสื้อผ้า แต่สวมบทบาท ผ่านแฟชั่น ทั้งท่วงท่า การเคลื่อนไหว และสายตา ทำให้เครื่องแต่งกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงอย่างสมบูรณ์แบบ
ทั้ง 5 ลุคจึงไม่ใช่แค่แฟชั่นโมเมนต์ หากแต่เป็นองค์ประกอบที่ยกระดับเพลงให้มีมิติทางศิลปะ และตอกย้ำสถานะของพีพีในฐานะศิลปินที่ใช้แฟชั่นเป็นอีกภาษาหนึ่งในการสื่อสารตัวตนอย่างชัดเจน














