Apple เปิดตัว iPhone Duo ครั้งแรก พร้อมโปรดักส์ไฮไลต์จาก Apple Event 2026

อีกหนึ่งค่ำคืนที่สาย Tech ทั่วโลกจับตามอง เมื่อ Apple เปิดเวที Apple Event พร้อมไลน์อัพผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ครอบคลุมตั้งแต่ iPhone รุ่นใหม่ ไปจนถึง Apple Watch และ AirPods โดยไฮไลต์สำคัญของปีนี้คงหนีไม่พ้นการมาถึงของ iPhone Duo สมาร์ทโฟนแบบพับได้รุ่นแรกของ Apple ซึ่งเข้ามาเปิดบทใหม่ให้กับตระกูล iPhone ขณะที่ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ยังคงรับบทเป็นตัวแทนของเทคโนโลยีระดับโปร ด้วยการอัปเกรดครั้งใหญ่ทั้งด้านกล้อง ประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่

วันนี้ ELLE MEN Thailand เลยขอพาไปส่องทุกไฮไลต์จาก Apple Event ครั้งนี้ ตั้งแต่การเปิดตัวของ iPhone Duo ไปจนถึงการอัปเกรดครั้งใหญ่ของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max พร้อมสำรวจของใหม่จากฝั่ง Apple Watch Series 12, Apple Watch Ultra 4 และ AirPods 5 ที่เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ในแบบฉบับ Apple Ecosystem ให้ครบยิ่งกว่าเดิม

iPhone Duo ครั้งแรกของ iPhone ในดีไซน์แบบพับได้

การเปิดตัวที่เรียกเสียงฮือฮาที่สุดของงานคือ iPhone Duo สมาร์ตโฟนแบบพับได้รุ่นแรกจาก Apple ที่นำประสบการณ์การใช้งานของ iPhone มาต่อยอดในรูปแบบใหม่ โดยเมื่อกางออกจะเผยให้เห็นจอภาพด้านในขนาด 7.6 นิ้ว ซึ่งทำหน้าที่เสมือนผืนผ้าใบขนาดใหญ่สำหรับการดูคอนเทนต์ เล่นเกม และทำงานแบบมัลติทาสก์ อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจคือพื้นผิว Nano-texture บนหน้าจอด้านในที่ออกแบบมาเพื่อลดแสงสะท้อน ขณะที่เมื่อพับเก็บ iPhone Duo จะเหลือจอด้านนอกขนาด 5.4 นิ้ว ซึ่ง Apple ระบุว่าสามารถให้พื้นที่หน้าจอสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของ iPhone 18 Pro ในขนาดที่กะทัดรัดและพกพาง่ายกว่าเดิม

จุดเด่นของ iPhone Duo ไม่ได้อยู่แค่การพับ แต่รวมถึงการออกแบบบานพับที่เน้นความแม่นยำและความลื่นไหลในการเปิด-ปิด พร้อมโครงสร้างฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในระยะยาว โดยทั้งสองหน้าจอยังใช้อัตราส่วนภาพเดียวกัน เพื่อให้คอนเทนต์สามารถปรับสเกลต่อเนื่องระหว่างโหมดพับและกางได้อย่างลงตัว เบื้องหลังประสบการณ์ทั้งหมดคือ ชิป A20 Pro ที่มาพร้อมระบบจัดการความร้อนด้วย Vapor Chamber ซึ่ง Apple ออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับ iPhone Duo รวมถึงสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่แบบคู่ที่ช่วยรองรับประสิทธิภาพระดับโปรและการใช้งานตลอดวัน

และเมื่อมาถึงเรื่องกล้อง ดีไซน์แบบพับได้ยังเปิดโอกาสให้ iPhone Duo สร้างวิธีการถ่ายภาพและวิดีโอรูปแบบใหม่ๆ ที่แตกต่างจาก iPhone รุ่นปกติ ขณะเดียวกัน iOS 27 ก็ได้รับการออกแบบให้รองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดยยังคงความคุ้นเคยของระบบปฏิบัติการเอาไว้ iPhone Duo มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สตาร์ไวท์ และไนท์สกาย โดยเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 23 ตุลาคม

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ตัวตึงเรื่องการถ่ายรูป

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ตอกย้ำว่า Apple ยังคงเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์แบบ Pro อย่างต่อเนื่อง ทั้งสองรุ่นมาพร้อมระบบกล้องที่ Apple ยกให้เป็นระบบกล้องที่ล้ำหน้าที่สุดบน iPhone พร้อมการอัปเกรดด้านประสิทธิภาพและแบตเตอรี่ครั้งสำคัญ ไฮไลต์ที่น่าสนใจที่สุดอยู่ที่กล้อง Fusion Main ความละเอียด 48MP ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มาพร้อม รูรับแสงที่ปรับได้ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ควบคุมการถ่ายภาพในเชิงสร้างสรรค์ได้มากขึ้น ตั้งแต่การจัดการแสงไปจนถึงคาแรกเตอร์ของภาพ ขณะที่ Pro-level Controls ใหม่เข้ามาช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่งประสบการณ์ภายในแอปกล้องได้ละเอียดกว่าเดิม

ด้านประสิทธิภาพ ทั้ง iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ขับเคลื่อนด้วย A20 Pro พร้อม Vapor Chamber เจเนอเรชั่นใหม่ที่ช่วยจัดการความร้อนและรักษาประสิทธิภาพของเครื่องให้ทำงานต่อเนื่องได้ดียิ่งขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Apple Silicon บน iPhone สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับแบตเตอรี่ รุ่น iPhone 18 Pro Max ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ Apple ระบุว่าใช้งานได้นานที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone รุ่น Pro ซึ่งเป็นผลจากทั้งพัฒนาการของ Apple Silicon และพื้นที่ภายในตัวเครื่องที่รองรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น

ในด้านดีไซน์ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ยังคงภาพลักษณ์พรีเมียมในแบบฉบับ Pro พร้อม 4 สี ได้แก่ ดำ เงิน ธารน้ำแข็ง และเบอร์กันดี ซึ่งเป็นสีใหม่ประจำเจเนอเรชันนี้ โดยเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 18 กันยายน

Apple Watch Series 12 ยกระดับการติดตามสุขภาพ

นอกจาก iPhone แล้ว Apple ยังอัปเดตไลน์อัพ Apple Watch ด้วย Apple Watch Series 12 ที่มาพร้อมชิป S11 และระบบเซ็นเซอร์สุขภาพรุ่นใหม่ ซึ่งสามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจและค่าความผันแปรของอัตราการเต้นของหัวใจ หรือ HRV ด้วยความถี่ที่สูงขึ้น

หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่คือ คะแนนความพร้อม ที่เข้ามาช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นภาพรวมของสภาวะร่างกายในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น และยังทำงานร่วมกับฟีเจอร์ด้านสุขภาพและฟิตเนสที่มีอยู่เดิม ตั้งแต่การติดตามการออกกำลังกาย การนอนหลับ ไปจนถึงการแจ้งเตือนสุขภาพหัวใจ การตรวจจับการล้ม และ SOS ฉุกเฉิน

Apple Watch Series 12 ยังเปิดตัวในหลากหลายวัสดุและสีสัน ตั้งแต่ตัวเรือนอะลูมิเนียมและไทเทเนียม ไปจนถึงรุ่นเซรามิก พร้อม Ceramic Shield 2 บนรุ่นอะลูมิเนียม ซึ่ง Apple ระบุว่ามีความแข็งแกร่งกว่ากระจกบน Apple Watch รุ่นก่อนหน้า

Apple Watch Ultra 4 สำหรับคนที่ใช้ชีวิตนอกกรอบ

ขยับมาที่สายสปอร์ตและเอาต์ดอร์ Apple Watch Ultra 4 ยังคงเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของตระกูล Ultra ด้วยชิป S11 และระบบติดตามสุขภาพรุ่นใหม่ พร้อมความสามารถในการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจและ HRV ที่ละเอียดขึ้น รวมถึงคะแนนความพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการติดตามสมรรถภาพร่างกายในแต่ละวัน

อีกหนึ่งจุดเด่นคือแบตเตอรี่ที่รองรับการติดตามการออกกำลังกายกลางแจ้งได้นานสูงสุด 45 ชั่วโมง พร้อมตัวเลือกตัวเรือนไทเทเนียมธรรมชาติและไทเทเนียมดำที่ยังคงภาพลักษณ์สปอร์ตแต่พรีเมียมของตระกูล Ultra

AirPods 5 เติมประสบการณ์เสียงให้ครบ Ecosystem

ปิดท้ายด้วย AirPods 5 ที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัพอุปกรณ์สวมใส่ของ Apple ด้วยการนำ Active Noise Cancellation (ANC) มาใส่ไว้ในดีไซน์แบบเปิดหู พร้อมสถาปัตยกรรมเสียงอะคูสติกแบบมัลติพอร์ตและ Adaptive EQ เจเนอเรชันใหม่ เพื่อมอบเสียงที่เต็มอิ่มและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

Apple ระบุว่า ANC บน AirPods 5 สามารถลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีขึ้นสูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับ AirPods 4 ที่มี ANC พร้อมโหมดฟังเสียงภายนอกที่เป็นธรรมชาติขึ้น และยังสามารถโต้ตอบกับ Siri ผ่านการเคลื่อนไหวศีรษะได้

AirPods 5 เปิดตัวในราคาเริ่มต้น 4,790 บาท ส่วนรุ่นที่มาพร้อมเคสชาร์จแบบไร้สายและการควบคุมระดับเสียงบนก้านหูฟัง ราคา 5,490 บาท พร้อมเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 18 กันยายน

ระบบ Ecosystem ที่ฉลาดและยืดหยุ่นกว่าเดิม

Apple Event ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการอัปเกรดผลิตภัณฑ์ตามรอบ แต่สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนของ Apple ในการขยายประสบการณ์จากอุปกรณ์แต่ละชิ้นไปสู่ Ecosystem ที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น ตั้งแต่ iPhone Duo ที่นำรูปแบบการใช้งานใหม่มาสู่สมาร์ทโฟน, iPhone 18 Pro Series ที่ผลักดันความสามารถด้านกล้องและประสิทธิภาพไปอีกระดับ ไปจนถึง Apple Watch และ AirPods ที่เข้ามาเติมเต็มทั้งเรื่องสุขภาพ ฟิตเนส และความบันเทิง

และสำหรับปีนี้ ชื่อที่น่าจะถูกพูดถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้น iPhone Duo เพราะนี่ไม่ใช่เพียง iPhone รุ่นใหม่ แต่คือการเปิดตัวฟอร์มแฟกเตอร์ใหม่ครั้งสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางของ iPhone ในอีกหลายปีข้างหน้า และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าจับตามองคือการปรากฏตัวของหนุ่ม ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี ที่ร่วมทั้งดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และอีเวนต์ประจำปีของ Apple ครั้งนี้ด้วย

Similar Articles

More