Photo: Courtesy of the Brands
ทีมงานแอลเมนได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงประทานสัมภาษณ์พิเศษเพื่อประเดิมคอลัมน์ใหม่ Designer’s Desk ที่เราตั้งใจนำเสนอเบื้องหลังการทำงานของนักออกแบบผู้สร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งไม่ว่าความคิดสร้างสรรค์จะเริ่มต้นขึ้นจากที่ใด โต๊ะทำงานก็มักเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญเสมอในการกำเนิดคอลเล็กชั่นใหม่ๆ

ทูลถามถึงการทรงงานที่ตำหนักปารีส พระองค์หญิงจะเสด็จมาประทับ ณ ที่นี่ในช่วงเวลาใดบ้าง และทรงงานคอลเล็กชั่นใด
โดยปกติทุกปี เราจะใช้เวลาอยู่ที่ปารีสราว 6 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่จะตรงกับการเตรียมงาน Spring-Summer สำหรับการนำเสนอใน Milan Fashion Week เดือนกันยายน งานหลักจะเริ่มจากประเทศไทย ทั้งไอเดียแรกเริ่มและการวางแนวทางเบื้องต้น ก่อนจะนำมาสานต่อที่ปารีส ในช่วงเวลนี้จะทุ่มเทกับการสเกตช์ร่าง ฟิตติ้ง นัดหมายทีมงานและนางแบบ รวมถึงทดลองเทคนิคใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเพนต์ งานปัก หรือการดีเวลอปดีไซน์ ทั้งหมดเป็นกิจวัตรประจำที่ผสมผสานกับการทรงกีฬาและกิจกรรมต่างๆ ในยุโรป


ทีมงานหลักที่ปารีสประกอบด้วยใครบ้าง
ทีมหลักจะเป็นสไตลิสต์และทีมเครื่องหนัง นอกจากนี้ยังมีฝ่ายประชาสัมพันธ์จากฝรั่งเศสและอิตาลีคอยประสานงาน รวมถึงฝ่ายเซลส์บ้างเป็นครั้งคราว ถือเป็นโครงสร้างทีมหลักของที่นี่

กระบวนการทรงงานที่ปารีสเป็นอย่างไร
ที่นี่จะเน้นการทดลองและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาซิลูเอต งานปัก เทคนิคตัดเย็บ หรือการใช้วัสดุใหม่ๆ เราจะใช้ห้องทำงานซึ่งแบ่งเป็นสองโซน ลงมือเองเกือบทั้งหมด ตั้งแต่การขึ้นแพตเทิร์น โครงสร้าง ตัดเย็บเบื้องต้น ไปจนถึงการตรวจสอบเทคนิคการเย็บ โดยมีทีมจากไทยเวียนกันมาช่วยเป็นช่วงๆ ทั้งฝ่ายดีไซน์และดรอว์อิง รวมถึงช่างตัดเย็บที่รู้จักกันดี
นอกจากนี้ยังมีงานอาร์ตเวิร์ก เช่น การแกะไม้ สเกตช์ด้วยปากกาหรือหมึก รวมถึงการเพนต์ภาพ หากไม่มีงานหลักในวันนั้น เราจะใช้เวลาในการทำรีเซิร์ซ อ่านหนังสือ ดูแมกกาซีน สร้างคอลลาจ หรือเก็บไอเดียลงในสเกตช์บุ๊ค ซึ่งมีอยู่หลายเล่ม เพื่อเก็บเป็นแรงบันดาลใจสำหรับอนาคต

ใช้เวลาทรงงานนานที่สุดกี่ชั่วโมง
โดยทั่วไปประมาณ 5 ชั่วโมง หากมีฟิตติ้งจะเพิ่มเป็น 6 ชั่วโมง หากเป็นงานดีไซน์จะเริ่มตั้งแต่สายต่อเนื่องถึงบ่าย แต่ถ้าเป็นงานดรอว์อิงหรืองานศิลป์อื่นๆ มักทำต่อจนถึงค่ำ

การทรงงานที่ปารีสส่งผลอย่างไรต่อการสร้างสรรค์คอลเล็กชั่น
ปารีสมอบสมาธิและบรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่มีสิ่งรบกวนเหมือนที่กรุงเทพฯ การแบ่งเวลาชัดเจนทำให้โฟกัสกับงานได้เต็มที่ ทุกอย่างจึงดำเนินไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง

สิ่งที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะทำงานคืออะไร
กระติกน้ำค่ะ เพราะเวลาทำงานมักจะไม่ลุกจากโต๊ะเลย อีกสิ่งหนึ่งคือ iPod ซึ่งใช้เปิดเพลงระหว่างทำงาน รวมถึงเอสเซนเชียลออยล์หรือบาล์มต่างๆ เพื่อช่วยผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังมีเครื่องเขียน ดินสอ ยาอม และบ๊วยติดไว้เสมอ หากช่วงไหนเทรนนิ่งหนักๆ ก็จะมีหมอนอิงสำหรับพิงหลัง ขาดไม่ได้จริงๆ

หากมีเวลาว่างหลังการทรงงาน ทรงพักผ่อนอย่างไร
แล้วแต่โอกาสค่ะ บางครั้งชอบไปนั่งพักผ่อนแถวสะพาน Passerelle Léopold-Sédar-Senghor เพียงแค่นั่งเงียบๆ มองวิวก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้มาก หรืออาจเดินทางไปสวนดอกไม้ เช่นที่ Giverny เพื่อเยียวยาทั้งกายและใจ นอกจากนี้ยังชอบชมงานนิทรรศการ หรือแวะโชว์รูมเพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ พยายามหลีกหนีจากกรอบแมกกาซีน แล้วให้ตัวเองได้ค้นพบสิ่งที่สนใจจริงๆ ผ่านการอ่านและการเดินทาง

