Photographer: Pathomporn Phueakphud
หลังใช้เวลากว่า 2 ปีในการทบทวนตัวเองและทำงานอยู่เบื้องหลังวงการดนตรี “ปอร์เช่ ศิวกร อดุลสุทธิกุล” กลับมาพร้อมบทใหม่ในฐานะ SVRN (อ่านว่า ซอฟเวอเรน) ศิลปินคนแรกภายใต้ GLIIDE โปรเจกต์ดนตรีระดับอินเตอร์จากความร่วมมือระหว่าง GMM Music และ Warner Music Asia พร้อมเปิดตัวซิงเกิลเดบิวต์ ‘WHY’ ที่ทำหน้าที่เป็นมากกว่าเพลงเปิดตัว แต่เป็นการประกาศตัวตนใหม่ของศิลปินวัย 28 ปีที่ชัดเจนขึ้นทั้งในแง่ดนตรี วิชวล และวิธีการเล่าเรื่องผ่านงานศิลปะ

ภายใต้ชื่อ SVRN ปอร์เช่ไม่ได้สร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาแทนคนเดิม แต่เป็นการขยับเข้าใกล้ความเป็นตัวเองมากกว่าเดิม ผ่านผลงานที่ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิด และมุมมองต่อชีวิตอย่างลึกซึ้งกว่าในอดีต โดย ‘WHY’ พาผู้ฟังดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์ของความรู้สึกที่ยังคงตกค้างอยู่ในใจ ตั้งคำถามกับสิ่งที่ไม่สามารถปล่อยวางได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด นอกจากมิติทางดนตรีที่เข้มข้นขึ้น การเดบิวต์ครั้งนี้ยังเผยให้เห็นภาพลักษณ์ใหม่ของ SVRN ที่ดูสุขุม โตขึ้น และมีรายละเอียดในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่แฟชั่น ไปจนถึงคอนเซ็ปต์ของโปรเจกต์ที่เจ้าตัวมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด ในวันที่วงการเพลงเดินหน้าอย่างรวดเร็ว SVRN เลือกจะเล่าเรื่องความซับซ้อนของมนุษย์ผ่านเสียงเพลง และเปลี่ยนความรู้สึกที่ยากจะอธิบายให้กลายเป็นงานศิลปะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
การกลับมาครั้งนี้ในชื่อ SVRN แตกต่างจาก “ปอร์เช่ ศิวกร” อย่างไรครับ?
SVRN: จริงๆ คือคนเดิมครับ (อมยิ้ม) ไม่ได้เป็นอีกตัวตนหนึ่งหรือ alter ego แค่เป็นการอัปเกรดวิธีการสื่อสารตัวเองมากกว่า การได้ทำงานร่วมกับ Warner Music Asia ทำให้ผมมองว่านี่เป็นโอกาสที่จะถ่ายทอดอารมณ์และความคิดของตัวเองผ่านดนตรีได้ชัดเจนขึ้นครับ สิ่งที่เปลี่ยนไปคือผมโตขึ้น เข้าใจตัวเองมากขึ้น และอยากเล่าเรื่องที่รู้สึกจริงๆ ผ่านเพลง (พร้อมพยักหน้าด้วยความมั่นใจ)

ความหมายของชื่อ SVRN หรือ Sovereign
SVRN: Sovereign แปลตรงตัวว่า “ผู้มีอำนาจสูงสุด” ส่วน SVRN ก็มาจากตัวย่อของชื่อ “ศิวกร” ด้วยครับ สำหรับผมแล้วความหมายสำคัญคือการมีอิสระและควบคุมเส้นทางของตัวเองได้อย่างแท้จริง ทั้งในสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ทำ และตัวตนที่เราเลือกจะเป็นเลยครับ
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในช่วงเวลา 2 ปีที่ห่างจากการปล่อยเพลงตัวเอง
SVRN: ผมไม่ได้หายไปจากดนตรีเลยครับ แค่ไม่ได้อยู่หน้าฉาก ยังทำเพลง โปรดิวซ์ และเขียนเพลงให้ศิลปินคนอื่นอยู่ตลอด รวมถึงได้ลองทำงานแสดงอีกครั้งกับภาพยนตร์ My Dearest Assassin ช่วงเวลานั้นทำให้ผมได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น เข้าใจอารมณ์ตัวเองมากขึ้น และรู้ว่าจริงๆ แล้วเราอยากสื่อสารอะไรผ่านงานเพลง
เพลง ‘WHY’ สะท้อนช่วงเวลาแบบไหนของชีวิตปอร์เช่ครับ?
SVRN: ผมคิดว่ามันสะท้อนได้ทุกช่วงชีวิตครับ (ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง) เพราะทุกคนเคยมีบางสิ่งที่ยังค้างอยู่ในใจ ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความทรงจำ หรือแม้แต่เรื่องงาน เพลงนี้เลยเปิดพื้นที่ให้แต่ละคนตีความได้ตามประสบการณ์ของตัวเองครับ

ความรู้สึกที่อยากส่งต่อให้คนฟังเมื่อยินเพลงนี้ครั้งแรก
SVRN: ผมอยากให้คนฟังเป็นคนตอบมากกว่าครับ ผมไม่อยากกำหนดว่าเขาควรรู้สึกเศร้าหรือมีความสุข เพราะแต่ละคนรับรู้เพลงในแบบของตัวเองอยู่แล้ว
โปรเจกต์นี้ต่างจากผลงานที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง?
SVRN: มันโตขึ้นครับ ทั้งในแง่ความคิดและรายละเอียดของสิ่งที่อยากสื่อสาร ผมสนใจเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์มากขึ้น และพยายามหาวิธีเล่าเรื่องที่ซับซ้อนให้คนเข้าใจได้ง่ายผ่านเพลง
เล่าถึงการทำงานโปรเจกต์นี้ให้ฟังหน่อยครับ
SVRN: ผมค่อนข้างทำทุกส่วนเลยครับ เพราะลุคที่เห็นก็คือตัวผมจริงๆ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นภาพลักษณ์แบบใดแบบหนึ่ง ผมทำงานร่วมกับทีมสไตลิสต์อย่างใกล้ชิด และมีส่วนร่วมกับเรื่องเสื้อผ้า ทรงผม รวมถึงรายละเอียดต่างๆ มาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นอาชีพแล้ว
ความเหมือนและต่างของ “ปอร์เช่ ศิวกร” กับ “SVRN” ในมุมมองความเป็นศิลปิน
SVRN: ไม่ต่างกันเลยครับ ยังเป็นคนเดิมทั้งหมด แค่ SVRN เป็นชื่อบนเวทีที่ทำให้คนทั่วโลกเข้าถึงและเข้าใจตัวตนของผมได้ง่ายขึ้น

ความกดดันของการเป็นศิลปินคนแรกของ GLIIDE
SVRN: สิ่งที่กดดันกว่าคือการทำอัลบั้มของตัวเองครับ เพราะผมอยากถ่ายทอดสิ่งที่ซับซ้อนให้คนเข้าถึงได้ และยังคงความเป็นตัวเองเอาไว้ให้มากที่สุด
อยากให้ผู้คนจดจำ SVRN แบบไหนครับ?
SVRN: ผมไม่รู้ว่าอยากให้คนจดจำแบบไหน (ยิ้มกว้าง) แต่หวังว่าเขาจะ “รู้สึก” ว่า SVRN คือศิลปินที่หยิบความยุ่งเหยิงและซับซ้อนของมนุษย์มาแปลงเป็นภาพและอารมณ์ผ่านเสียงเพลง
เป้าหมายของ SVRN บนเส้นทางใหม่
SVRN: สิ่งสำคัญที่สุดคือการยังคงเป็นตัวเอง มีความสุขกับสิ่งที่ทำ และหวังว่าผลงานที่สร้างขึ้นจะส่งต่อความสุขหรือความรู้สึกบางอย่างให้คนฟังได้เช่นกัน

ฝากผลงานถึงแฟนๆ หน่อยครับ
SVRN: ฝากเพลง ‘WHY’ ด้วยนะครับ นี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายความรู้สึกที่อยู่ในอัลบั้มที่กำลังสร้างอยู่ อยากให้ทุกคนลองฟังทั้งเพลงและดู MV แล้วมาร่วมเดินทางไปด้วยกันว่าในอนาคตเราจะได้สำรวจอารมณ์แบบไหนผ่านดนตรีของ SVRN อีกบ้างครับ


