บางเส้นทางเริ่มจากความบังเอิญ ก่อนค่อยๆ ชัดเจนขึ้นตามกาลเวลา เช่นเดียวกับเส้นทางของ ‘แซนต้า–พงศภัค’

Words: Santichai Apornsri
Photographer: Manosit Boonnon 
Fashion Editor: Ratchakrit Chalermsan

‘แซนต้า–พงศภัค อุดมโภชน์’ เขาอาจไม่ใช่เด็กที่เติบโตมาพร้อมความฝันอยากเป็นดารา ไม่ใช่คนที่เรียนศิลปะการแสดงมาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่คนที่คิดว่าวันหนึ่งจะมายืนอยู่บนเวที ท่ามกลางแสงไฟ และสายตาของแฟนๆ นับหมื่น แต่เมื่อเขาก้าวเข้ามาในวงการนี้แล้ว กลับพบสิ่งที่เรียกว่า ความสุขที่แท้จริง “อยากบอกตัวเองในวันแรกว่าเลือกถูกแล้ว ไม่ต้องกังวลเลย เพราะสุดท้ายเราก็ได้เจอความสุขของเราจริงๆ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่ชัดเจนแบบคนที่ผ่านการไตร่ตรองชีวิตมาแล้ว

จากเด็กชอบเขียนโค้ด สู่เส้นทางที่ไม่เคยวางแผนไว้

ก่อนจะเป็นศิลปิน แซนต้าคือเด็กหนุ่มที่หลงใหลในเทคโนโลยี โลกของเขาเต็มไปด้วยโค้ด โปรแกรม และความฝันอยากเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์มากกว่าเป็นคนหน้ากล้องด้วยซ้ำ “ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาเป็นดารา ตอนนั้นคิดแค่ว่าอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ เพราะชอบเขียนโค้ดจริงๆ แต่พอได้เข้าประกวด ได้สัมผัสงานตรงนี้ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปเอง” ความเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นนำพาเขาไปสู่การเดินทางที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต การแข่งขันรายการเซอร์ไววัลที่เกาหลี นานถึงครึ่งปีเต็ม “ตอนนั้นไปอยู่ที่ที่ไม่มีใครรู้จักเลย ทั้งภาษา ทั้งคนรอบตัว ทุกอย่างใหม่หมด แต่ผมผ่านมาได้ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ” ช่วงเวลานั้นไม่เพียงสอนให้เขารู้ว่าความพยายามสามารถพาไปได้ไกลแค่ไหน แต่ยังทำให้เขารู้จักตัวเองมากขึ้นกว่าที่เคย

บทเรียนสำคัญ: อย่าเป็นน้ำเต็มแก้ว

มีประโยคหนึ่งที่แซนต้าบอกว่าจะเก็บไว้ใช้ตลอดชีวิต “อย่าเป็นน้ำเต็มแก้ว ต่อให้ผ่านอะไรมาก็เถอะ ต้องพร้อมเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา” นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงสนุกกับทุกบทบาท ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักแสดง หรือการทำงานศิลปะแบบที่ไม่เคยลองมาก่อน เพราะสำหรับเขา ทุกงานคือพื้นที่ใหม่ที่รอการค้นพบ “ไม่ว่าจะบทนักร้องหรือนักแสดง มันคือมุมใหม่หมด ผมเลยรู้สึกว่าการไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว มันคือคำที่ถูกที่สุด” ความคิดนี้ไม่ใช่เพียงทัศนคติ แต่เป็นวิธีเอาตัวรอดของศิลปินรุ่นใหม่ในยุคที่การแข่งขันสูง และทุกคนเก่งขึ้นเรื่อยๆ

ยืนบนเสียงของตัวเองในโลกที่เสียงดังขึ้นทุกวัน

ยุคที่โซเชียลมีเดียเข้มข้นกว่าสิ่งใด คำวิจารณ์สามารถส่งผลต่อชีวิตของใครสักคนได้ภายในเสี้ยววินาที แต่แซนต้ากลับเลือกวางระยะห่างที่ทำให้เขาไม่เสียศูนย์ “คำวิจารณ์แทบไม่มีผลกับผมเลยครับ ชีวิตเรา เราตัดสินใจดีแล้ว คนที่ชอบก็จะชอบอยู่ดี ส่วนคนที่ไม่ชอบ ต่อให้อธิบายยังไงเขาก็ไม่ชอบอยู่ดี” เขาบอกว่า หากมัวแต่กังวลว่าใครจะคิดอย่างไร จะสูญเสียความเป็นตัวเองแบบที่ไม่ควรเสียไป
“ผมเลือกแคร์ความรู้สึกตัวเองก่อน ไม่งั้นจะเสียตัวตนของเราเอง” ในยุคที่ ‘เปรียบเทียบ’ กลายเป็นกิจวัตรของทุกคน แซนต้ากลับเลือกมองเส้นทางตัวเองด้วยมุมที่เบาและนิ่งกว่า “คนเก่งเยอะ มันทำให้บางคนกดดันตัวเอง แต่ยิ่งกดดันก็ยิ่งทำไม่ดี ผมว่าทำในสิ่งที่ชอบ ทำด้วยความสุข มันดีที่สุดแล้ว”

พรแสวง คือหัวใจของการเติบโต

เมื่อถามว่าเชื่อในพรสวรรค์หรือพรแสวง เขาตอบโดยไม่ลังเล “ผมเชื่อในพรแสวงมากกว่า ทุกคนไม่ได้เกิดมาเก่ง ต้องพยายามเรียนรู้เรื่อยๆ” และนี่คือข้อความที่เขาอยากฝากถึงคนที่กำลังรู้สึกว่าตัวเอง ‘ไม่เก่งพอ’ “อยากให้พยายามต่อไป วันหนึ่งมันต้องดีขึ้นแน่นอนครับ”

ความสำเร็จของเขา… เรียบง่ายกว่าที่คิด

สำหรับหลายคน ความสำเร็จอาจหมายถึงชื่อเสียง ความมั่นคง หรือตัวเลขที่น่าประทับใจ แต่สำหรับแซนต้า ความหมายกลับเรียบง่ายกว่านั้นมาก “ความสำเร็จของผมคือความสุข ถ้าวันหนึ่งเราทำงานแล้วมีความสุข ใช้ชีวิตแล้วมีความสุข มันก็สำเร็จแล้ว กินข้าวอร่อยๆ ก็ถือว่าสำเร็จได้ ไม่ต้องยิ่งใหญ่” นี่คือแนวคิดแบบมินิมัลลิสต์แห่งความสุข ที่กลายเป็นพื้นฐานของชีวิตเขาในทุกวัน

อยากลองความเท่แบบที่ไม่เคย

แม้ผ่านงานมาหลากหลาย แต่แซนต้าก็ยังมีความอยากรู้อยากลองในฐานะนักแสดง เขาอยากลองบทบู๊ แอ็กชั่นแบบจัดเต็ม “อยากแสดงอะไรเท่ๆ แบบมาเฟีย หรือสู้กันมันๆ ยังไม่เคยได้ลอง อยากเล่นกับจอห์น วิค เลยครับ ฆ่าหมาเรา… มึงตาย! แบบนั้นเลย” (เขาพูดติดตลก แต่ความมุ่งมั่นในน้ำเสียงชัดเจน) “ชิลๆ ครับพี่” เขานิยามตัวตนในหนึ่งประโยค “ทำอะไรด้วยความสนุก มันมีความสุข แล้วเราก็เป็นตัวของตัวเองจริงๆ” การเป็นนักแสดงทำให้แซนต้าต้องคิดละเอียดขึ้น รอบคอบขึ้น และโตขึ้นอย่างที่เขาไม่เคยคิด “มันทำให้ผมโตขึ้นเยอะ ได้เจอคนใหม่ๆ โลกใหม่ๆ ซึ่งทุกคนดีมาก ผมพอใจกับจุดที่ตัวเองอยู่ตอนนี้” ในวันที่เหนื่อยหรือรู้สึกท้อ เขาเลือกอยู่เงียบๆ ฟังเพลง และพูดคุยกับตัวเอง “ผมชอบอยู่คนเดียว เราจะได้รู้ว่าข้างในเราเป็นยังไง แล้วจะจัดการปัญหายังไง ให้มันจบที่เรา ไม่ส่งพลังลบไปให้คนอื่น”

ถึงใครก็ตามที่กำลังเริ่มต้นทำตามฝัน

ท้ายที่สุด แซนต้ามีข้อความง่ายๆ แต่จริงใจสำหรับทุกคนที่กำลังก้าวสู่เส้นทางของตัวเอง “ไม่ต้องกดดันตัวเองครับ ถ้าทำด้วยความสุข ผลมันจะออกมาดีเอง เราไม่จำเป็นต้องดีเท่าคนอื่น เราดีที่สุดในแบบของเรา แค่ไม่หยุดพัฒนา ก็พอแล้วครับ”

Similar Articles

More