“เจ้านาย” ในวันที่เติบโตขึ้นทั้งในฐานะศิลปินและคนทำเพลง

Photographer: Pathomporn Phueakphud

หลังจากเดินทางบนเส้นทางดนตรีมาร่วมเกือบ 10 ปี วันนี้ “JAONAAY-เจ้านาย จินเจษฎ์ วรรธนะสิน” กลับมาพร้อม EP ชุดใหม่ ‘amor’ ผลงานที่สะท้อนอีกหนึ่งก้าวของการเติบโต ทั้งในฐานะศิลปินและคนทำเพลง พร้อมเปิดเผยตัวตนในมุมที่ลึกและชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านเสียงเพลง ครั้งนี้แอลเมนได้สัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟกับเจ้านาย ถึงเบื้องหลัง EP ‘amor’ ความเปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทางดนตรีที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องราว ความคิด และมุมมองที่อยากถ่ายทอดผ่านผลงานชุดนี้ ไปติดตามบทสนทนาที่จะพาไปรู้จัก “เจ้านาย” ในอีกมุมที่มากกว่าเดิม

หลังจากอยู่วงการเพลงมาเกือบ 10 ปี การปล่อย EP ชุด “amor” นี้สะท้อนความเติบโตหรืออะไรใหม่ๆ ในชีวิตของเจ้านายบ้างไหม

ผมคิดว่าผมได้ทำงานกับคนที่เราอยากทำด้วยเพิ่มขึ้น และได้เข้าใกล้ความฝันตรงนั้นมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่คิดว่าพี่ ๆ บางท่านหรือทีมทำงานบางทีมอาจจะใหญ่เกินไปสำหรับจุดเริ่มต้นของเรา หรือเราต้องเก็บชั่วโมงบินในวงการเพื่อให้ได้ไปร่วมวงกับพี่ๆ ครับ ซึ่งผมคิดว่าตลอดระยะเวลาที่เดินทางมา โดยเฉพาะเฟสที่ได้เข้าร่วมกับบ้าน Sony Music Thailand ก็รู้สึกว่าได้ขยายการทำงานตรงนั้นมาก ๆ และได้ไปใกล้ศิลปะที่ตัวเองตั้งใจทำมาตลอดมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยังคิดว่ายังอยู่ในลู่ทางที่ถูกต้องอยู่ครับ (หัวเราะ)

คำว่า “amor” ที่หมายถึง “ความรัก” ในภาษาสเปน กลายมาเป็นชื่อ EP แรกในชีวิตของเจ้านายได้อย่างไร

มันแปลว่า “ความรัก” ซึ่งผมคิดว่ามันก็ตรงตัวมากๆ เพราะผมมานั่งคิดกับตัวเองว่าจุดเริ่มต้นของทุกผลงานก็เกิดขึ้นจากความรัก และงานนี้ก็เกิดขึ้นได้ เพราะความรักที่แฟนคลับมีให้เรา ดังนั้นผมคิดว่าทุกอย่างมันดำเนินด้วยความรักมาตลอด ก็เลยสรุปไว้สั้น ๆ ว่า “amor” ซึ่งคำนี้ก็อยู่ในเพลง “ติดเธอซะก่อน” ด้วย ก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นคำที่เรียบง่าย แต่ก็มีความเก๋ที่ผมว่ามันก็สนุกดีที่ได้ใช้ครับ

สำหรับเจ้านายแล้ว คำว่า “ความรัก” มีความหมายกว้างกว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนไหม

พอมันเป็นคำว่า “รัก” คนน่าจะนึกถึงดนตรีที่มัน Positive ใส ๆ ย่อยง่าย ซึ่งเราก็มีให้ใน EP อย่างเพลง “ติดเธอซะก่อน” ซึ่งไม่รู้จะใสไปกว่านี้ได้ไหมแล้ว (หัวเราะ) ผมรู้สึกว่ามันก็เป็นความรักหลาย ๆ แบบแล้วกันครับ ในตัว EP นี้ก็จะไม่ได้มีแค่ความรักที่เป็นคนสองคนรักกัน จีบกัน มันจะมีทั้งความรักที่ดีและไม่ดีอยู่ในนี้ด้วย อย่างเพลงที่ชื่อ “อกหัก” หรือ “จำกันได้ไหม” ก็จะเป็นความรักที่ตั้งคำถามมากกว่าว่าจะแก้อย่างไรถ้าความรักไม่ได้เป็นตามที่เราคิดไว้ ผมว่ามันน่าจะครอบคลุมคำว่ารักมากกว่าคน 2 คนครับ

EP “amor” ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักหลากหลายช่วงเวลา ตั้งแต่การตกหลุมรัก ความไม่เข้าใจกัน ไปจนถึงการยอมรับการจากลา อะไรคือแรงบันดาลใจในการทำ EP นี้

ก่อนอื่นต้องบอกว่ามันเป็นการเล่าเรื่องความรักที่เราอยากนำเสนออยู่แล้วตั้งแต่ต้นครับ มันต้องครบ เพราะผมคิดว่าเราอยู่วงการเพลงมาเกือบ 10 ปี เรา “รีดความใส” ของการนำเสนอความรักในด้านเด็กหนุ่มตัวน้อยที่ฝันอยากเข้าใกล้ผู้หญิงคนหนึ่งจนสุดทางในอายุนั้นไปแล้วครับ พอเติบโตมาถึงจุดนี้ ผมเลยอยากเล่าเรื่องและร้องเพลงที่มันต่างจากความใสตรงนั้นไป มีดนตรีที่เข้มข้นมากขึ้น มีการร้องเป็นเพลงช้า ๆ ซึ้ง ๆ แต่ยังฟังสบาย และมีความลึกซึ้งตามอายุที่เราสามารถ “เล่าเรื่อง” ได้มากขึ้น อย่างเมื่อก่อนด้วยอายุที่ยังน้อยก็อาจจะยังเล่าเรื่องอกหักแล้วคนยังไม่เชื่อ เหมือนกับการแสดงที่ผมทำอยู่ บางบทก็ยังรับไม่ได้ เพราะมันมีชั่วโมงบินของมัน ผมคิดว่าตอนนี้ก้าวเข้าสู่เพลงที่ลึกซึ้งขึ้นได้แล้วครับ แต่ยังไม่ได้บอกว่านี่เป็นร่างที่สุดยอดที่สุดแล้ว เราก็ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะมากมาย และรู้สึกว่าวันนี้ได้ทำผลงานที่แฮปปี้มากๆ ครับ

ทำไมใช้คำว่า “EP” แทน “อัลบั้ม”

อัลบั้มต้องมีเพลง 8 ถึง 10 เพลง ตอนนี้เรามี 5 เพลง ก็เลยย่นลงไปเป็น EP ครับ แล้วก็คิดว่าก็ยังไม่ได้มี EP เหมือนกัน เลยมี EP ก่อนแล้วถึงไปอัลบั้ม ผมคิดว่าก็น่าจะสนุกดี

ทำไมเลือกแนว R&B ให้กับ EP “amor”

ส่วนตัวคิดว่า R&B ร้องสนุกดีครับ เป็นอะไรที่ชอบและถนัด ถ้าย้อนไปถึงเพลงแรก ผมรู้สึกว่าทีมงานที่คอยซัพพอร์ตผมมาตลอดก็เป็นทีมงานวง R&B ตั้งแต่ทีมพี่ ๆ Room 39 ใน “คนละชั้น” เพลงแรกของผม และคนที่สอนเรามาตลอดก็ยังอยู่ในเครือของ Pop R&B เสมอ ผมเลยรู้สึกว่า R&B อยู่กับผมมานานที่สุด เราก็ทำมันได้ดี และคิดว่าเป็นแนวเพลงที่แฟนคลับคุ้นชินกันมากที่สุด เลยอยากสรุป EP นี้ด้วย R&B ครับ

อะไรคือเสน่ห์ของดนตรีแนว R&B ที่ทำให้เจ้านายเลือกใช้ใน EP “amor”

ผมรู้สึกว่าไดนามิกของเพลงมีความเซ็กซี่ที่กำลังพอดีครับ และผมก็ถนัดดนตรีแนวนี้ ณ วันนี้ (หัวเราะ)

สำหรับเพลง “Trippin” และ “จำกันได้ไหม feat. Patrickananda” ซึ่งเป็นสองเพลงใหม่ใน EP นี้ เจ้านายอยากให้ผู้ฟังสัมผัสถึงเรื่องราวและความรู้สึกอะไร

ผมอยากจะเล่าเรื่องราวที่เพิ่มขึ้นในฐานะเป็นศิลปินครับ ตอนที่ตัวเองกำลังสร้างงานขึ้นมาให้ทุกคน ผมรู้สึกว่ามันก็มาถึงจุดที่อยากยื่น Quality ในด้านนี้บ้าง คือเป็นความรักที่ลึกซึ้งมากขึ้น มีเรื่องของเหตุผลสอดเข้ามาในเพลงมากกว่าที่เคยมีมา แล้วก็รู้สึกว่าอยากให้เขาได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเด็กคนนี้ที่ Aware (ตระหนักรู้) มากขึ้นกับโลกใบนี้และรับรู้ถึงความรู้สึกรอบข้าง แล้วก็เจอความรักเหมือนกับทุก ๆ คนที่ Relate ได้เหมือนกัน เพลงมันก็แอบมี Background Story อยู่ข้างใน

อย่างเพลง “จำกันได้ไหม” มันไม่ได้แปลว่าจะเป็นเรื่องราวของผมกับผู้หญิงคนหนึ่งเสมอไป แต่มันเป็นเรื่องความรักที่ผมอยากจะถามแฟนคลับว่า “ที่ผ่านมาเราลุยกันมายังจำกันได้ไหม” มันมีหลายความหมายที่แฝงอยู่ก็อยากจะให้ทุกคนลองแกะปริศนาในตัวเพลงกันไปเรื่อย ๆ ครับ ส่วนเพลง “Trippin” ก็มีความโตขึ้น เพราะร้องถึงความรักที่มัน Toxic ที่เรารู้ว่ามันไม่ดี แต่ก็วนอยู่กับผู้หญิงคนนี้เรื่อย ๆ ครับ มันทำให้ EP ครบเครื่องมากขึ้น และเป็นศิลปะที่หลากหลายมากขึ้น

ใน EP ชุดนี้ เจ้านายมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนมากขึ้น เช่น การเขียนเนื้อร้อง การพัฒนาเมโลดี้ การกำหนดทิศทางของดนตรี สิ่งนี้ทำให้เพลงแปลกใหม่หรือต่างจากอัลบั้มอื่น ๆ ยังไง

ผมรู้สึกว่ายังพยายามมีส่วนร่วมให้เยอะมากที่สุดเหมือนที่ผ่านมาครับ อย่าง EP นี้ ผมรู้สึกว่าจัดการทำงานของตัวเองถูกขึ้น เรียงลำดับความสำคัญในชีวิตดีขึ้น รวมถึงเข้าใจการทำงานกับหลาย ๆ คน จากเมื่อก่อนที่เรามาด้วยความมั่นใจของเด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้ดูซ้ายขวาเลย ผมรู้สึกว่า Work แล้วก็ภูมิใจในตัวเองที่ฟังคำแนะนำทุกคนมาตลอด แล้วก็ยังเปิดรับวิชาอยู่เรื่อย ๆ พอเราบาลานซ์หลาย ๆ อย่างได้ เราก็จะแฮปปี้กับผลงานตั้งแต่ก่อนปล่อยเพลง

ผมคิดว่าเราต้อง Control งานให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะปล่อยเพลงไปเป็นหน้าที่ของคนฟัง ผมพยายามรัดกุมทุก ๆ ขั้นตอนให้ตัวเองไม่เสียดายในงานที่ปล่อยไป เพราะรับความรับผิดชอบมาที่เราต้องเป็นศิลปินให้กับค่าย Sony ก็ไม่อยากให้พี่ ๆ ผิดหวัง และอยากให้ผลงานมันออกมาดีครับ

คิดว่าตัวเองได้เรียนรู้อะไรหรือเข้าใจตัวเองมากขึ้นไหมจากการทำงาน EP “amor”

ที่ชัดมาก ๆ เลย คือ การทำงานนี้ยังไงก็ต้องทำมันด้วยความรักและความสุข เพราะคนดูและคนรอบข้างรู้ถ้ามันฝืนหรือไม่เวิร์ค ซึ่งผมคิดว่าอยากจะ “เลี้ยง” การเริ่มต้นของทุกงานด้วยความรักและความสุขครับ แล้วก็รู้สึก Appreciate ในงานว่าเรายังได้ทำสิ่งนี้อยู่ ไม่ว่าจะในสเกลเล็กหรือใหญ่ อันนี้พูดไปถึงเรื่องการแสดงและทุกอย่างในชีวิต ผมเป็นคนหนึ่งที่รับทุกโอกาส ผมรู้สึกว่ามันสนุกดี และคิดว่าเราเกิดมาก็รักในสิ่งนี้แหละครับ

หนึ่งในคอนเซ็ปต์สำคัญของ EP “amor” คือการหยิบภาพ “กองถ่าย” มาเล่าเรื่อง เพราะเจ้านายเติบโตมากับวงการบันเทิงตั้งแต่เด็ก ภาพจำนี้ได้หล่อหลอมตัวตนและความรักที่มีต่อการทำงานสร้างสรรค์อย่างไร

ผมว่ามีผลมาก ๆ ครับ ถ้าในด้านของกองถ่ายก็จะได้เห็นว่าทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันและทุ่มเทมากกว่าการมาสนใจตัวเองแล้วด้วยซ้ำ เพราะอยากให้งานออกมาดีและอยากให้งานสำเร็จ ผมรู้สึกว่าความตั้งใจนั้นมันไม่แพ้วงการอื่น ๆ ผมคิดว่ามันเหนื่อยพอ ๆ กับทุกคนเลย และความตั้งใจน่าจะไม่แพ้วงการไหนเลย ก็รู้สึกว่ามันมีความ Intense และความน่าสนใจในการทำงานตรงนี้อยู่ บวกกับการได้เห็นคุณพ่อคุณแม่ทำงานบนเวที ได้เห็น Reaction ของคนที่มางานแล้วมีความสุขกัน แล้วผมก็เห็นว่าสิ่งนี้ทำมันสามารถสร้างชีวิตได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างครอบครัวได้ มีลูก 3 คน และส่งให้มีคุณภาพชีวิตที่เรายังอึ้งจนมาถึงทุกวันนี้ พอได้เริ่มก้าวเข้ามาตรงนี้จริง ๆ มันก็มีหลายล็อกที่ต้องเข้าใจมันเหมือนกัน ก็สนุกดีครับ แล้วก็รู้สึกว่าตรงนั้นก็มีผลมาก ๆ ก็เลยอยากหยิบยกมาเป็นปกของ EP ว่าเราโตมากับเซ็ตกองถ่าย

การที่เจ้านายเติบโตมากับวงการบันเทิง ทั้งจากคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นศิลปินนักแสดง คิดว่าสิ่งนี้ทำให้เรามีความรักต่อวงการนี้หรืองานประเภทสร้างสรรค์ไหม

ที่ทำเริ่มแรกคือมาจากความสนุกและความชอบครับ แต่ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นความคุ้นชินมาเลยจากที่เห็นที่บ้านแล้วมันก็เลยฝังมา ผมเคยถามตัวเองว่า “ลองไปทำอย่างอื่นดีไหม” และก็ลองหันไปลองทำธุรกิจอย่างอื่น แต่ก็วนกลับมาที่กลุ่มแฟน ๆ ที่รอเราอยู่ และเขาบอกเลยว่า มันก็ยังทำได้ดีอยู่นะ อยากให้รอโอกาสหรือ Rotation บางอย่างของวงการ เราก็คงได้เติบโตไปทีละ Phase ผมก็ยังทำการบ้านและลุยไปข้างหน้าให้ได้ดีที่สุดครับ

วันนี้แฟน ๆ ได้เห็นอีกหนึ่งเวอร์ชันของเจ้านายผ่าน EP “amor” อยากบอกอะไรกับแฟน ๆ ที่เติบโตมาด้วยกันไหม

ขอบคุณครับ อาจจะมากกว่าคำว่าขอบคุณแบบมาก ๆ ขอบคุณคูณล้านไปเลย ผมทำงานมาด้วยความสุขมาก ๆ และความสนุกมาอย่างเดียว จนเมื่อมองกลับไปเห็นถึงความรักที่แฟนคลับมีให้ บางทีการดูแลแฟนคลับหรือว่าการรับความรักจากเขา ผมอาจจะมีบาง Mood ที่ยังไม่ได้เข้าใจหรือยังเปิดรับได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่ ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาเรื่อย ๆ จนผมเรียนจบและก้าวเข้าสู่การทำงานอย่างเต็มที่ ทุกคนก็ยังอยู่ตรงนี้ อยากขอบคุณความรักตรงนั้นที่ทำให้ผมได้ทำงานที่ผมรักอยู่ทุกวันนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นด้านเพลงหรือแสดงก็ตาม

เวลาไปเจอกันหลังเวทีก็อยากจะบอกว่ามันเป็นความสุขที่ใหญ่มาก ๆ มันเป็นความอบอุ่นที่รับจากแฟนคลับที่มันดีมาก ๆ ที่เขามารอถ่ายรูป คอยซัพพอร์ต ถามกันว่า “เหนื่อยไหม” ก็เป็นมุมดี ๆ ก็อยากขอบคุณที่ยังมาเติมพลังบวกให้กันและกันอยู่เสมอครับ

ก้าวต่อไปในวงการเพลง เจ้านายอยากทำอะไรต่อหรือตั้งเป้าในฐานะศิลปินไว้อย่างไรบ้าง

ยังคงทำเพลงต่อไปครับ ยังรักตรงนี้มาก ๆ ยังมีหลายอย่างที่อยากพิสูจน์ให้คนรอบข้างได้เห็น ยังมีหลายเพลงที่อยากจะปล่อย แล้วก็ยังมีความฝันอีกมากมายที่อยากไปแตะครับ อยากมีทัวร์เยอะ ๆ อยากมีงานที่เราอยากลองไปเรื่อย ๆ ครับ มีความฝันอีกมากมาย ก็อยากจะให้อยู่ด้วยกันแล้วก็คอยให้กำลังใจว่าเด็กคนนี้จะลุยด่านไหนกันไปได้บ้างครับ

ถ้าเปรียบชีวิตของเจ้านายเหมือน Series เรื่องหนึ่ง แล้ว EP “amor” เป็นหนึ่ง EP ในนั้น เจ้านายอยากให้คนที่ฟังผลงานชุดนี้จำว่ามันคือช่วงชีวิตหรือเรื่องราวแบบไหน

อยากให้นึกถึงไทม์ไลน์ความรักที่มันครบ ๆ 1 อันครับที่มนุษย์คนหนึ่งต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบไหนก็ตาม ทั้งความรักที่ดี ความรักที่ไม่ดี ความรักที่ตั้งคำถาม แล้วก็สุดท้ายก็ต้องสรุปว่าเราจะจัดการมันอย่างไร ผมคิดว่ามันเป็นคำถามที่ทุกคนต้องเจอครับ

Similar Articles

More