Photographer: Pathomporn Phueakphud
จากที่คนส่วนใหญ่รู้จักเขาในฐานะอดีตนักซิ่งทีมเรดบูลล์ วันนี้ ‘อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์’ กลับมาเริ่มต้นชีวิตนักขับอีกครั้งกับทีมรถแข่งระดับตำนานอย่าง Williams Racing เผชิญหน้ากับบททดสอบภายใต้ความท้าทายทุกรูปแบบ สำแดงความสามารถให้เห็นในฐานะคนมีฝันและมีไฟบนเส้นทางที่ตัวเองเลือก ถึงแม้เส้นทางบนสนาม Formula 1 ของเจ้าตัวไม่ได้สวยงามราบรื่นมากนัก แต่นักขับหมายเลข 23 ก็รักษาโมเมนตัมของทีมให้อยู่ในจุดที่ดี ด้วยความหวังที่จะก้าวไปสู่ชัยชนะ
แอลเมนอยากรู้จักตัวตนของเขามากกว่านี้ เลยนัดพูดคุยกับเด็กหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เพื่อฟังเรื่องราวฉากหลังศึกฟอร์มูล่าวัน กว่าจะเป็นอเล็กซ์ในวันนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

เส้นทางใน F1 ของคุณเป็นอย่างไร บทเรียนสำคัญที่ได้รับคืออะไร
ทุกคนน่าจะทราบดีว่าเส้นทางของผมใน F1 ไม่ได้ราบรื่นนัก เจอความท้าทายมาทุกรูปแบบ แต่สิ่งเหล่านั้นทำให้ผมอดทนมากขึ้น เมื่อมองย้อนกลับไปตอนอายุ 22 ปี ซึ่งเป็นปีที่ผมเปิดตัวใน F1 ถ้าเทียบกับตอนนี้ผมเติบโตขึ้นมากจริงๆ ผ่านความบากบั่นและเชื่อมั่นในตัวเอง ผมรู้สึกว่าผมสมควรที่จะได้อยู่ในสนามนี้จริงๆ ตอนนี้มีความสุขและรู้สึกสบายใจกับทีม Atlassian Williams Racing และเชื่อว่าเรามีโอกาสทำสิ่งพิเศษร่วมกันได้ ผมทุ่มเทเต็มที่กับเส้นทางนี้
ในฐานะนักแข่งชาวไทย รู้สึกอย่างไรกับการเป็นตัวแทนของประเทศไทยในสนามแข่งระดับโลก
ผมภูมิใจและรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยใน F1 และแบกรับความรับผิดชอบต่อประเทศ หวังว่าสิ่งที่ผมทำจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไทย รวมถึงชาวเอเชีย ให้เข้ามาแข่งขันและทำงานในวงการมอเตอร์สปอร์ต
คิดอย่างไรเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีสนามแข่ง F1 ที่ประเทศไทยในอนาคต
เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและมีความหมายกับผมมากหากได้แข่งในบ้านเกิด ทุกครั้งที่ผมกลับไทย ผมรู้สึกประทับใจกับแรงสนับสนุนที่ได้รับ การมีสนามแข่งที่ไทยไม่เพียงสำคัญกับผมเท่านั้น แต่ยังมีความหมายต่อทั้งประเทศ และจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่อีกด้วย

ฤดูกาลนี้เป้าหมายส่วนตัวของคุณคืออะไร
เป้าหมายหลักของผมตอนนี้คือรักษาโมเมนตัมของทีมให้ได้ ฤดูกาลนี้ยาวนานถึง 24 สนาม การแข่งขันในกลุ่มกลางยังคงสูสีมาก และอีกหนึ่งเป้าหมายก็คือการทำให้ Williams Racing เป็นทีมที่ดีที่สุดในกลุ่มรองลงมาจาก 4 ทีมใหญ่
เตรียมตัวทางร่างกายและจิตใจอย่างไรสำหรับฤดูกาล F1 ที่เข้มข้น
สิ่งสำคัญคือการมีทีมที่แข็งแกร่งรอบตัว ผมมีทีมที่ดูแลเรื่องการฝึกซ้อม โภชนาการ การเดินทาง และแบรนด์ เพื่อให้ผมโฟกัสกับการทำผลงานให้ดีที่สุด ซึ่งตอนเริ่มต้นผมไม่มีอะไรแบบนี้มาก่อน ทำให้ผมเรียนรู้ว่าการมีทีมสนับสนุนนั้นสำคัญแค่ไหน
ชีวิตเบื้องหลังของนักแข่ง F1 มีอะไรที่แฟนๆ ไม่เคยเห็นบ้าง
มันไม่ได้หรูหราอย่างที่เห็นในทีวีเลยครับ มันเต็มไปด้วยความทุ่มเท ฝึกฝน และเสียสละ เพื่อให้เราแข่งขันในระดับสูงสุดของกีฬานี้
การแข่งขันที่คุณจดจำมากที่สุดคือสนามใด
การแข่งขันที่น่าจดจำที่สุดคือโพเดียมแรกของผมในรายการ Tuscan Grand Prix ตอนปี 2020 เพราะผมมีฤดูกาลที่ยากลำบากมาก แต่วันนั้นทุกอย่างลงตัวและผมได้อันดับสาม ได้เห็นธงชาติไทยอยู่ข้างหลังตอนขึ้นโพเดียม มันพิเศษมาก
การร่วมทีมกับ Carlos Sainz เป็นอย่างไรบ้าง
เราสนิทกันตั้งแต่เริ่ม และมีความเข้าใจในการทำงานร่วมกันอย่างดี เราเป็นนักขับที่คิดวิเคราะห์เหมือนกัน และมองเป้าหมายระยะยาวร่วมกัน
คาร์ลอสนำจุดแข็งอะไรมาให้กับทีม และความสัมพันธ์ของคุณสองคนพัฒนาอย่างไร
เขานำข้อมูลและแนวทางการทำงานจาก Ferrari มาช่วยทีม ซึ่งเป็นประโยชน์มาก และยิ่งเราทำผลงานได้ดี ความสัมพันธ์ในทีมก็จะยิ่งแน่นแฟ้น
คุณได้เรียนรู้อะไรจากคาร์ลอสบ้าง
อาจจะไม่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่โดยตรง แต่การที่เรามีความคิดเห็นและการให้ฟีดแบ็กเหมือนกัน ทำให้ผมมั่นใจว่าเรากำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง
จัดสมดุลระหว่างตารางงานที่แน่นหนาของ F1 กับชีวิตส่วนตัวอย่างไร
มันไม่ง่ายเลยครับ เพราะปีนี้มีถึง 24 สนาม ซึ่งแทบไม่มีช่วงว่างเลย แต่ผมก็เรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่เงียบสงบให้ได้มากที่สุด ถ้าไม่ได้อยู่ในสนามแข่งหรือซิมูเลเตอร์ที่อังกฤษ ผมจะพยายามปิดสวิตช์จากงานให้ได้จริงๆ ใช้เวลาอยู่กับแฟน ครอบครัว และพักผ่อน สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ช่วยให้ผมได้รีเซตตัวเอง สำหรับผมกุญแจสำคัญคือรู้ว่าเมื่อไหร่ควรตัดขาดจากเรื่องแข่ง เพื่อกลับมาเข้าแทร็กด้วยความสดชื่น นั่นไม่ได้แปลว่าจะไม่มีความเครียดหรือความเหนื่อยนะครับ แต่ผมหาจังหวะที่ลงตัวของตัวเองเจอแล้ว ซึ่งทีมที่อยู่เบื้องหลังก็ช่วยผมได้มาก
สิ่งที่ชอบมากที่สุดเวลาได้กลับมาเยือนประเทศไทย มีสถานที่หรืออาหารจานโปรดไหม
ชอบหลายอย่างเลยครับ! ทั้งอาหารและผู้คน ผมยังแปลกใจที่ตัวเองชอบอากาศที่ทั้งร้อนและชื้นด้วย บ้านของครอบครัวผมในกรุงเทพฯ น่าจะเป็นสถานที่โปรดที่สุดในไทย ส่วนอาหารที่ชอบสุดๆ ก็ยังเป็นผัดกะเพราแบบคลาสสิก แล้วพักหลังก็เริ่มติดใจก๋วยเตี๋ยวเรือด้วยครับ
เวลาว่างที่ไม่ต้องฝึกซ้อมหรือแข่งรถ คุณใช้เวลาทำอะไร
นอนครับ… (ล้อเล่นนะครับ แต่ก็เกือบจริง) เวลาว่างผมขอชาร์จพลังให้ตัวเอง ชอบอยู่กับครอบครัวและแฟน เล่นกอล์ฟบ้างหรือเล่นปาเดล (กีฬาแบบหนึ่งคล้ายเทนนิส) สำหรับผมสำคัญคือการพักผ่อนแบบสบายๆ เพื่อให้พร้อมเต็มที่เมื่อถึงเวลาลงแข่งอีกครั้ง
เป้าหมายระยะยาวของคุณหลังจาก F1 คืออะไร
ตอนนี้ผมโฟกัสกับปัจจุบันมากที่สุด โดยเฉพาะการร่วมพัฒนา Atlassian Williams Racing ให้กลายเป็นทีมที่สามารถลุ้นชัยชนะและโพเดียมในอนาคต ส่วนอนาคตไกลที่สุดที่ผมมองคือปี 2026 ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใหม่ใน F1 ซึ่งเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเริ่มต้นให้ดีที่สุด

ส่งต่อแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยในวงการมอเตอร์สปอร์ต
ผมอยากให้สิ่งที่ผมทำแสดงให้เยาวชนไทยเห็นว่า ไม่ว่าคุณจะมาจากที่ไหนก็สามารถไปถึงระดับสูงสุดของวงการมอเตอร์สปอร์ตได้ หากเส้นทางของผมสามารถเป็นเครื่องเตือนใจว่าเราสามารถแข่งขันกับใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นในฐานะนักแข่ง หรือในบทบาทอื่นๆ เช่น ช่างกล วิศวกร นักกลยุทธ์ นักการตลาด หรือเทรนเนอร์ ก็นับว่าสำเร็จแล้ว ผมอยากเห็นคนไทยมากขึ้นในทุกบทบาทของวงการนี้ และหวังว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ F1 รวมถึงความเป็นไปได้ในการมีสนามแข่งที่ไทย จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ
ถ้าไม่ได้เป็นนักแข่ง คิดว่าตอนนี้ตัวเองจะทำอะไรอยู่
คำถามยากเลยครับ ผมน่าจะทำอะไรที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ อาจจะเป็นงานออกแบบหรืองานสถาปัตยกรรม เพราะผมชอบทำอะไรที่ใช้เทคนิคความเชี่ยวชาญทางด้านศิลปะอยู่ด้วย

