เอิงเอย-ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ พนักงานใหม่ของโลก ที่ยังตั้งคำถามกับชีวิตไม่หยุด

Photographer: Pathomporn Phueakphud

Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) คือผลงานล่าสุดที่พา เอิงเอย- ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงไทยที่ถูกจับตามองมากที่สุดบนเวทีภาพยนตร์นานาชาติ ไม่เพียงตัวหนังจะเดินสายเทศกาลทั่วโลก แต่ยังตอกย้ำคุณค่าด้วยการคว้ารางวัล FIPRESCI Award จาก Singapore International Film Festival 2025 (SGIFF) ขณะที่เอิงเอยเองก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Best Performance จากเทศกาลเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ เธอเพิ่งปรากฏตัวบนพรมแดง Venice International Film Festival ครั้งที่ 82 ในชุดสั่งตัดพิเศษจาก Louis Vuitton ผลงานของ Nicolas Ghesquière เดรสยาวสีขาวตัดต่อผ้าโปร่งสีดำที่สะท้อนความเรียบขรึมและพลังภายใน ไม่ต่างจากบทบาท ‘เฟรน’ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลใน Human Resource ผู้หญิงธรรมดาที่ต้องเผชิญคำถามสำคัญของชีวิต ครอบครัว และการตัดสินใจว่าจะพา ‘พนักงานใหม่’ คนหนึ่งเข้าสู่โลกใบนี้หรือไม่

จากนักแสดงสายหนังนอกกระแสอย่าง นคร-สวรรค์ และ Anatomy of Time สู่บทบาทนำในภาพยนตร์จาก GDH ที่เดินทางไปฉายกว่า 20 ประเทศทั่วโลก เอิงเอยกำลังพิสูจน์ว่าการตั้งคำถามกับชีวิตอย่างซื่อตรง ยังคงทรงพลังในโลกภาพยนตร์ร่วมสมัย เราจึงอยากชวนคุณทำความรู้จัก ‘พนักงานใหม่ของโลก’ คนนี้ ผ่านบทสนทนาที่คำว่า KPI ไม่ได้อยู่แค่ในออฟฟิศ แต่ฝังอยู่ในทุกการตัดสินใจของการมีชีวิตอยู่

คำว่า ‘พนักงานใหม่ของโลกใบนี้’ ให้ความหมายอะไรกับคุณในช่วงชีวิตตอนนี้

มันคือความรู้สึกของการต้องเริ่มต้นใหม่ตลอดเวลา เราไม่เคยชำนาญกับชีวิตได้จริงๆ ทุกโปรเจกต์ ทุกช่วงวัย คือการสมัครงานใหม่กับโลกใบเดิม ตั้งคำถามใหม่ เรียนรู้ใหม่ และปรับตัวใหม่เสมอ

ถ้าชีวิตมี KPI ลับข้อหนึ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ คุณคิดว่า KPI ของคุณคืออะไร

แค่ ‘รอด’ ให้ได้ก่อน รอดแบบยังมีแรง ยังมีใจ และยังอยากใช้ชีวิตต่อไป นี่คือ KPI ที่จริงที่สุดของเรา

มีคำถามไหนในหนังที่สะกิดใจคุณจนต้องหยุดคิดจริงๆ

คำถามเรื่องความพร้อม พร้อมไหมกับชีวิตใหม่ที่กำลังจะเข้ามา พร้อมไหมกับการต้องรับผิดชอบใครอีกคน มันไม่ใช่แค่คำถามของตัวละคร แต่ย้อนกลับมาถามตัวเราเองตลอด

ตอนอ่านบทครั้งแรก ข้อไหนทำให้คุณย้อนถามตัวเองมากที่สุด

ไม่ใช่ฉากใดฉากหนึ่ง แต่เป็นภาวะของตัวละครที่ยังไม่มั่นคงในชีวิต แต่ต้องตัดสินใจเดินต่อ มันใกล้กับชีวิตจริงมาก

หนังเรื่องนี้ทำให้คุณมองความสัมพันธ์ของครอบครัวต่างไปจากเดิมอย่างไร

หนังไม่ได้พูดถึงปัญหาครอบครัวแบบดราม่า แต่สะท้อนภาพครอบครัวเมืองยุคใหม่ ที่ทุกคนต่างช่วยกัน ‘โพรไวด์’ เพื่อให้ครอบครัวอยู่รอด ซึ่งมันเป็นความจริงของหลายบ้านในกรุงเทพฯ

ในโลกที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง คุณเคยต้องเลือกระหว่างสิ่งที่อยากทำกับสิ่งที่สังคมอยากให้เป็นไหม

เคย และต้องเลือกจริงๆ เพราะชีวิตมันไม่ได้มีทรัพยากรพอสำหรับทุกอย่าง เราออกมาเป็นฟรีแลนซ์ก่อนโควิดแค่เดือนเดียว แล้วก็เจอโควิดทันที มันเสี่ยง แต่จำเป็น

การเล่นหนังที่ทิ้งพื้นที่ให้ตีความมากกว่าบอกคำตอบ เปลี่ยนวิธีคิดหรือวิธีแสดงของคุณอย่างไร

มันทำให้เราเลิกยึดติดกับวิธีเดิมๆ และเชื่อในกระบวนการมากขึ้น การทำงานกับผู้กำกับที่เปิดพื้นที่ให้ลอง แต่มีทิศทางชัดเจน ทำให้เราเข้าใจว่าการแสดงไม่จำเป็นต้องให้คำตอบเสมอไป

ในกองถ่ายมีโมเมนต์ไหนที่ทำให้คุณรู้ว่า ‘หนังเรื่องนี้จะทำให้คนคุยกันหลังดูจบแน่นอน’

เพราะมัน realistic มาก มีหลายสถานการณ์ที่คนดูอาจรู้สึกว่า ‘เหมือนเราเลย’ หรือ ‘ไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อน’ มันเป็นหนังที่ทิ้งคำถามไว้ให้คิดต่อ

ตอนนี้คุณกำลังเป็น ‘พนักงานใหม่’ ของเรื่องอะไรในชีวิตตัวเองอยู่

ของทุกอย่างเลย ทุกโปรเจ็กต์ใหม่คือการเริ่มใหม่ การเป็นนักแสดงอาจไม่ซ้ำซาก แต่ข้างในหวาดเสียวตลอดเวลา ต้องดูแลใจตัวเองตลอด

ถ้าต้องส่งจดหมายหนึ่งฉบับถึงตัวเองในอีก 5 ปี เพื่อผ่าน KPI ชีวิต คุณจะเขียนว่าอะไร

“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวก็รอด แกรอดอยู่แล้ว แค่อย่าเพิ่งตาย ฉันยังเริ่มไม่จบเลย”

ในวันที่โลกหมุนเร็วขึ้นและความสำเร็จถูกวัดด้วยตัวเลข Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) เลือกพาเราไปยืนในพื้นที่ที่เปราะบางกว่า พื้นที่ของการตั้งคำถาม การยอมรับความไม่มั่นคง และการเริ่มต้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผ่านเอิงเอย-ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ ที่ถ่ายทอดบทบาทของมนุษย์ธรรมดาซึ่งยังเรียนรู้การมีชีวิตอยู่ พร้อมชวนให้เราถามตัวเองว่า วันนี้เรากำลังรับบทบาทอะไร และยังกล้าพอจะเป็น ‘พนักงานใหม่ของโลกใบนี้’ อีกครั้งหรือไม่ เพราะบางที KPI ที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่การไปให้ถึงเป้าหมาย แต่คือการยังมีแรง มีใจ และยังเลือกเดินต่อ แม้จะยังไม่รู้คำตอบก็ตาม

Similar Articles

More